PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

10 มิถุนายน 2568 เทคนิคบริหารคลินิก 670เข้าชม

เมื่อเข้าสู่ยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงกลายเป็นเรื่องที่ทุกธุรกิจต้องใส่ใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะคลินิกความงามที่ต้องเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียด และดูแลข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยซึ่งถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน กฎหมาย PDPA เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย การจัดการข้อมูลอย่าง ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายและทำลายความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการได้

เราจะพาเจ้าของคลินิกและผู้เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจว่า PDPA คืออะไร สำคัญอย่างไรกับคลินิกความงาม คลินิกควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง เอกสารใดควรมีไว้ และแนวทางการจัดการข้อมูลอย่างมืออาชีพทำอย่างไร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้าได้


  จัดการข้อมูลคนไข้ให้ถูกต้องตาม PDPA ด้วยระบบที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้

ProClinic ช่วยดูแลเวชระเบียน การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง และ CRM ในระบบเดียว ลดความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือให้คลินิก ปรึกษาเราเพื่อประเมินระบบที่เหมาะกับคุณ



PDPA สำหรับคลินิก ต้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลด้านใดบ้าง

สำหรับธุรกิจคลินิก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม หรือคลินิกเฉพาะทางอื่น ๆ การเก็บและใช้ข้อมูลของผู้ป่วยถือเป็นเรื่องจำเป็นในการให้บริการ แต่ในยุคที่มี PDPA หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง มีระบบจัดการที่ปลอดภัย และไม่ละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูลPDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

PDPA คลินิก จึงหมายถึง การที่คลินิกต้องบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งผู้รับบริการและพนักงาน ให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร หรือข้อมูลละเอียดอ่อน (Sensitive Data) เช่น ประวัติการรักษา โรคประจำตัว เลขบัตรประชาชน หรือผลตรวจสุขภาพ เพื่อให้คลินิกปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและมืออาชีพ จึงควรมีการจัดทำระบบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
  • ระบบการขอความยินยอม (Consent)
  • การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • การแต่งตั้ง DPO (Data Protection Officer) ถ้าจำเป็น
  • มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งด้านเทคโนโลยีและการบริหาร

  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

คิวนัดซ้ำ ตอบแชทไม่ทัน ลูกค้าหลุดจอง - ปัญหาคลาสสิกที่ทำให้คลินิกเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะแนะนำวิธีทำ ระบบนัดหมายออนไลน์ ที่รวมทุกการจองไว้ในที่เดียว จัดการคิวง่าย ลดพลาด ลดงานหน้าร้าน

คลิกอ่านต่อ :
ทำระบบนัดหมายออนไลน์ เข้าถึงง่าย เพิ่มประสิทธิภาพกับลูกค้า



"ข้อมูลส่วนบุคคล" อ่อนไหวของคนไข้ ที่คลินิกต้องจัดเก็บและดูแลตาม PDPA

คลินิกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกความงาม ทันตกรรม หรือเวชกรรมทั่วไป ถือเป็นข้อมูลที่ต้องมีมาตรการจัดเก็บอย่างรัดกุม และห้ามใช้โดยปราศจากความยินยอม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย โดยข้อมูลเหล่านี้มีรายละเอียดหลัก ๆ ดังต่อไปนี้PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้คลินิกเข้าใจ วิธีบันทึกประวัติคนไข้ให้ปลอดภัย ครบถ้วน และใช้งานได้จริง ตั้งแต่ข้อมูลที่ควรเก็บตามมาตรฐาน การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการใช้ระบบที่ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำ เพื่อยกระดับการบริหารคนไข้ให้เป็นมืออาชีพ

คลิกอ่านต่อ :
บันทึกประวัติคนไข้ในคลินิก ปลอดภัย ครบถ้วน ด้วยโปรแกรมแนะนำ


1) ข้อมูลสุขภาพ (Health Data) 

โดยข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต่อการวินิจฉัยและให้บริการที่ถูกต้องปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น

  • ประวัติการรักษา
  • โรคประจำตัว
  • อาการแพ้ยา
  • ยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • ผลตรวจวินิจฉัยจากห้องแล็บหรือแพทย์

  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะพาคุณจัดการใบ OPD Card ให้เป็นระเบียบ ปลอดภัย ค้นหาง่าย และพร้อมพัฒนาสู่ระบบดิจิทัล ลดความเสี่ยงเอกสารสูญหาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลข้อมูลคนไข้ของคลินิก

คลิกอ่านต่อ : 
วิธีจัดเก็บใบ OPD Card แบบมืออาชีพ ข้อมูลปลอดภัย เป็นระบบ


2) ภาพถ่ายก่อน-หลังการรักษา / วิดีโอ (Visual Data)

โดยเฉพาะคลินิกความงาม ที่มักเก็บภาพก่อน-หลังเพื่อใช้ในการติดตามและเปรียบเทียบผลที่ได้จากการรักษา หรือใช้สำหรับการตลาด ซึ่งหากจะนำมาเผยแพร่ ต้องมีการขอความยินยอมชัดเจนจากเจ้าของข้อมูล ได้แก่

  • ภาพถ่ายทางการแพทย์
  • ภาพถ่ายการเปรียบเทียบผลลัพธ์ ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ
  • ภาพกล้องวงจรปิด (CCTV)

3) ข้อมูลประจำตัวทางราชการ

สำหรับยืนยันตัวตน หรือจัดการด้านการเบิกจ่ายและยื่นประกัน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่ต้องขอความยินยอมก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการละเมิด ได้แก่

  • เลขบัตรประชาชน
  • เลขประกันสังคม
  • หนังสือเดินทาง สำหรับลูกค้าต่างชาติ

4) ข้อมูลการชำระเงิน / บัญชีการเงิน

ส่วนนี้เป็นข้อมูลที่ PDPA ให้ความคุ้มครองและต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • เลขบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลบัตรเครดิต
  • สลิปโอนเงิน

5) ความเชื่อหรือศาสนา

คลินิกบางแห่งอาจจำเป็นต้องเก็บข้อมูลด้านความเชื่อหรือศาสนาของผู้ใช้บริการ เช่น เพื่อจัดอาหารหรือพิจารณาวิธีรักษาที่สอดคล้องกับความเชื่อ ซึ่งถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวโดยตรงที่ต้องขอความยินยอมก่อนทุกครั้ง

6) ข้อมูลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย

แม้บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้รับบริการโดยตรง แต่ก็ต้องถูกคุ้มครอง และคลินิกต้องแจ้งให้ทราบว่ามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนนี้ด้วย

  • เบอร์โทรผู้ดูแล คู่สมรส หรือผู้ปกครอง
  • ข้อมูลบุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน


กรณียกเว้นที่คลินิกสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความเชื่อ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ หรือพันธุกรรม ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลก่อนจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผย เว้นแต่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น PDPA  มาตรา 24 และ PDPA มาตรา 26 ซึ่งคลินิกสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้ ดังนี้

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

1) เพื่อช่วยชีวิตหรือป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน

หากผู้ป่วยหมดสติ ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และคลินิกจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์หรือประวัติการรักษาเพื่อช่วยชีวิต หรือรักษาอาการเฉียบพลัน สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอความยินยอมตามมาตรา 26(1)

2) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐ

ในกรณีที่มีการรายงานโรคติดต่อไปยังกระทรวงสาธารณสุข การส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ หรือเข้าข่ายควบคุมโรคตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ สามารถใช้ข้อมูลโดยไม่ต้องขอความยินยอม ตามมาตรา 26(2)

3) เพื่อการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุขโดยบุคลากรทางการแพทย์

โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคลากรวิชาชีพที่มีหน้าที่เก็บรักษาความลับตามจรรยาบรรณ เช่น ทันตแพทย์ พยาบาล แพทย์ผิวหนัง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการติดตามผลการรักษา ใช้ข้อมูลร่วมในระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) หรือ Telemedicine ตามมาตรา 26(3)

4) เพื่อภารกิจสาธารณะหรือการวิจัยด้านสุขภาพของรัฐ

สำหรับการณีที่มีการนำไปใช้สำหรับการวิจัยทางการแพทย์โดยหน่วยงานรัฐ ที่มีมาตรการปกป้องข้อมูลเข้มงวดหรือการจัดทำฐานข้อมูลสุขภาพระดับชาติ โดยสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวได้ภายใต้ขอบเขตจำกัดตามมาตรา 24(4)

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

5) เพื่อสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ ประกัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับคลินิกที่ต้องออกใบรับรองแพทย์ให้บริษัทประกัน การยื่นข้อมูลเบิกค่ารักษาพยาบาลกับกองทุนประกันสังคม หรือกรมบัญชีกลาง ซึ่งถือเป็นการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องขอความยินยอมซ้ำ

6) ข้อมูลที่ผู้ป่วยเปิดเผยต่อสาธารณะด้วยตนเองอย่างชัดเจน

กรณีผู้ป่วยโพสต์ข้อมูลสุขภาพหรือภาพก่อน-หลังการรักษาลงโซเชียลสาธารณะด้วยตนเอง แล้วคลินิกจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวิเคราะห์หรืออ้างอิงภายใน สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบมาตรา 26(5) แต่หากนำไปเผยแพร่เชิงโฆษณาเพิ่มเติม ต้องขอความยินยอมต่างหาก

สรุป - ถึงแม้จะมีข้อยกเว้นที่สามารถใช้ข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม แต่คลินิกควรจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผล (Record of Processing Activities - ROPA) และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามหลักความรับผิดชอบตามที่ PDPA กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อความเข้าใจและความไว้วางใจของลูกค้าให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


เอกสารสำคัญที่คลินิกควรมี เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. PDPA

เพื่อให้การดำเนินงานของคลินิกเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ควรจัดเตรียมเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

1) Privacy Policy หรือเอกสารการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายถึงวัตถุประสงค์ วิธีการเก็บรวบรวม ใช้เปิดเผย และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าภายในคลินิก ทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัล โดยควรแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส พร้อมทั้งแจ้งสิทธิในการเข้าถึง แก้ไข หรือเพิกถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูล

2) HR Privacy Policy หรือเอกสารสำหรับการทำงานของ HR

เอกสารที่แยกจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย เพื่ออธิบายการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและบุคลากรภายในคลินิก เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติสุขภาพ เลขประจำตัวประชาชน และข้อมูลด้านสวัสดิการ โดยครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงาน ระหว่างการจ้างงาน และหลังพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ซึ่งจำเป็นต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างถูกต้อง

3) Cookies Privacy Package หรือเอกสารสำหรับเว็บไซต์

เอกสารนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้คุกกี้บนเว็บไซต์ของคลินิก ที่อธิบายถึงประเภทของคุกกี้ที่ใช้งาน เช่น session cookies หรือ analytics cookies โดยมีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูล และวิธีที่ผู้ใช้งานสามารถจัดการหรือปฏิเสธคุกกี้ได้ ที่ต้องมีการแจ้งและขอความยินยอมอย่างชัดเจนเมื่อต้องติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ

4) CCTV Privacy Policy หรือเอกสารการเก็บภาพบุคคล

นโยบายเกี่ยวกับการติดตั้งและ PDPA กล้องวงจรปิดภายในพื้นที่คลินิกความงาม ซึ่งต้องระบุจุดติดตั้ง วัตถุประสงค์ของการบันทึกภาพ เช่น เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันทรัพย์สิน ระยะเวลาที่จัดเก็บข้อมูลภาพ และสิทธิของบุคคลที่ปรากฏในภาพ โดยควรมีประกาศชัดเจนในพื้นที่ที่มีกล้องติดตั้งอยู่

5) Data Processing Agreement หรือเอกสารเปิดเผยข้อมูล

ข้อตกลงทางกฎหมายระหว่างคลินิกกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลแทนคลินิก เช่น บริษัทซอฟต์แวร์บัญชี แพลตฟอร์มจองคิว หรือผู้ให้บริการ cloud โดยข้อตกลงนี้ต้องระบุขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ วิธีการป้องกันข้อมูล และการควบคุมความเสี่ยง

6) DPO Working Document หรือเอกสารสำหรับ DPO

เอกสารที่รวบรวมรายละเอียดบทบาท หน้าที่ และแนวทางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer – DPO) ซึ่งจำเป็นในกรณีที่คลินิกมีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเอกสารนี้ควรครอบคลุมถึงแผนบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบความเสี่ยง และแผนรับมือกรณีข้อมูลรั่วไหลเพื่อให้ DPO สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ


PDPA คือมาตรฐานความเชื่อมั่นใหม่ของคลินิกยุคดิจิทัล

คลินิกยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ PDPA มากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับผู้ใช้บริการ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษา จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียง และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคลินิกให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล  ซึ่ง ProClinic เครื่องมือบริหารคลินิกที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบริหารข้อมูลคนไข้ให้เป็นระบบ ปลอดภัย และพร้อมตรวจสอบได้ตามแนวทาง PDPA


  พร้อมยกระดับการจัดการข้อมูลคนไข้ให้ปลอดภัยและเป็นระบบแล้วหรือยัง?

ปรึกษา ProClinic เพื่อวางระบบบริหารคลินิกที่ช่วยปกป้องข้อมูล จัดการเวชระเบียน และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในระยะยาว



คำถามที่พบบ่อย


ฟ้อง PDPA ได้กี่บาท

  • โทษทางแพ่ง ผู้เสียหายสามารถเรียกร้อง ค่าเสียหายจากการละเมิดได้ตามจริง และอาจเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive damages) ได้อีกไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายจริง รวมสูงสุด = 3 เท่าของความเสียหายจริง
  • โทษทางอาญา (PDPA มาตรา 72) หากผู้ใดเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวโดยเจตนา อาจมีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • โทษทางปกครอง (PDPA มาตรา 83-84) กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA โดยไม่ได้รับความยินยอมที่ถูกต้อง หรือไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท

ฟ้อง PDPA ทำยังไง

การฟ้องร้องกรณีถูกละเมิดสิทธิภายใต้ PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

1) รวบรวมหลักฐานก่อนยื่นฟ้องต้องมีหลักฐานแสดงว่ามีการละเมิด 

2) แจ้งเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ คุณสามารถเริ่มจากการร้องเรียนก่อนฟ้องร้องจริง

3) ยื่นฟ้องศาลแพ่ง หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ หรือความเสียหายรุนแรง สามารถดำเนินการได้ต่อไปนี้

4) ใช้ทนายความ หรือร้องเรียนผ่านผู้ช่วยเหลือทางกฎหมาย แนะนำให้ปรึกษาทนายความเฉพาะทางด้าน PDPA หรือใช้บริการของสำนักงานกฎหมาย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค หรือศูนย์ดำรงธรรมเพื่อช่วยดำเนินเรื่อง


ขั้นตอนการทําตาม PDPA ต้องทําอย่างไรเป็นอันดับแรก

ขั้นตอนการทำตาม PDPA สำหรับคลินิก หรือองค์กรอื่น ๆ อย่างเป็นระบบ เริ่มต้นที่การสำรวจข้อมูล (Data Mapping) เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะช่วยให้เข้าใจว่าองค์กรมีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร และที่จุดไหนบ้าง โดยลำดับขั้นหลัก ๆ มีดังนี้

1) สำรวจและจัดทำ Data Mapping (การสำรวจข้อมูลส่วนบุคคล) 

2) ประเมินความเสี่ยง และจัดกลุ่มข้อมูล 

3) จัดทำเอกสารตาม PDPA ที่จำเป็น เช่น Privacy Policy, Data Processing Agreement, Consent Form และเอกสารเกี่ยวกับ DPO

4) จัดระบบให้สามารถขอ-เก็บ-ถอนความยินยอมได้ 

5) อบรมพนักงานและผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจหลักการ PDPA และปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง

6) ตรวจสอบ ปรับปรุง และทบทวนเป็นประจำ เนื่องจาก PDPA มีความละเอียดและอัปเดตได้เรื่อย ๆ ควรมีการ audit ภายในเป็นระยะ


จะแจ้ง PDPA ได้อย่างไร

หากคุณต้องการแจ้งหรือร้องเรียนเรื่องการละเมิด PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ ช่องทางการแจ้งเรื่อง PDPA ร้องเรียนผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ วิธีแจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการ รวบรวมหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ข้อความ อีเมล เอกสาร หรือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม เมื่อแจ้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? หลังการร้องเรียน สำนักงานจะพิจารณาเรื่อง และอาจมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง หรือดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. PDPA หากพบการกระทำผิดจริง ในกรณีที่มีผลกระทบร้ายแรง คุณสามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ด้วย และการแจ้ง PDPA ไม่มีค่าใช้จ่าย


PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง

PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม


Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.  

Published on : May 10, 2025

#PDPA คลินิก

ProClinic โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด

ทีมงานมีประสบการณ์ดูแลคลินิกมากกว่า 200 สาขา ทำให้เราเข้าใจธุรกิจและความต้องการของเจ้าของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างโปรแกรมคลินิกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

21 ธันวาคม 2568 328เข้าชม

เรียนรู้วิธีป้องกันการทุจริตในคลินิก บริหารความเสี่ยงคลินิก ลดความเสียหาย ด้วยกลยุทธ์ควบคุมภายใน การใช้เทคโนโลยี และการจัดการบุคลากร ตรวจสอบง่ายทุกขั้นตอน

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

21 ธันวาคม 2568 273เข้าชม

Clinic Branding หัวใจการสร้างตัวตนให้คลินิกน่าเชื่อถือ สูตรสำเร็จในการสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร ทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการวางกลยุทธ์แบรนด์คลินิกให้โดดเด่น

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

21 ธันวาคม 2568 487เข้าชม

รู้จัก LINE MINI App คืออะไร ต่างจากแอพ ไลน์ยังไง เครื่องมือช่วยให้คลินิกสื่อสารกับผู้ป่วยได้ไวขึ้น พร้อมจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยตาม PDPA พร้อมเจาะลึกวิธีใช้งาน

ติดต่อเรา

โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด