ปัญหาโลกแตกที่หลายคลินิกความงามต้องเจอ นั่นก็คือ ปัญหาของการจัดเก็บใบ OPD Card ยิ่งคลินิกของเรามีลูกค้าเยอะ ใบ OPD Card ก็จะเยอะตามไปด้วย และจะหายากขึ้นเมื่อเราจัดเก็บในรูปแบบกระดาษหรือเอกสาร ที่บางทีก็ล้นตู้ เราจะมาดูกันว่าจริง ๆ แล้วใบ OPD Card คืออะไร และทำไมต้องเก็บ OPD Card ในรูปแบบออนไลน์ แบบฟอร์ม OPD Card คลินิกหน้าตาเป็นยังไง และจัดเก็บยังไงให้ยกระดับคลินิกคุณเป็นมืออาชีพได้
🚀 จัดการ OPD Card ให้เป็นระบบ ปลอดภัย และพร้อมใช้งานทุกเคส
ในวันที่ข้อมูลคนไข้คือหัวใจของคลินิก คลินิกที่ได้เปรียบคือคลินิกที่ จัดเก็บ OPD Card อย่างเป็นระบบ ค้นหาง่าย และปลอดภัยตามมาตรฐาน PDPA ให้ ProClinic ช่วยยกระดับการจัดการประวัติคนไข้ จากเอกสารกระจัดกระจายสู่ระบบดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การบันทึกข้อมูล การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ไปจนถึง CRM ที่เชื่อมโยงประวัติการรักษาและการสื่อสารกับคนไข้ได้อย่างมืออาชีพ ลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจ และช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น [ปรึกษาเรา คลิก!]
ทำไม OPD Card ต้องทำตามข้อกำหนดของ สบส.

หากลองศึกษาหน้าที่ของ OPD Card Thailand ตามมาตรฐานของ สบส. จะพบว่ามีสำคัญมากสำหรับคลินิกเพราะเป็นข้อมูลหลักฐานทางการแพทย์ที่บันทึกประวัติการรักษาหรือรายการการทำหัตถการที่เราให้บริการลูกค้าไปในแต่ละครั้ง ซึ่งรวมถึงประวัติการเจ็บป่วยอื่น ๆ ผลตรวจร่างกาย การวินิจฉัย การสั่งจ่ายยา และการวางแผนรักษาในอนาคต ที่ไม่ได้สำคัญเฉพาะกับแพทย์ แต่ยังสำคัญต่อลูกค้า เจ้าหน้าที่ และระบบคลินิกทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีในส่วนของสถิติข้อมูลรายการให้บริการที่ยอดฮิตเพื่อต่อยอดหรือปรับแผนการตลาดโดยเฉพาะสำหรับคลินิกความงาม ซึ่งหากข้อมูลไม่ครบหรือสูญหาย จะกระทบตั้งแต่การรักษา การให้บริการเสริม การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการค้นประวัติเคสย้อนหลังในกรณีที่มีการร้องเรียน สบส. ที่กำหนดอย่างชัดเจนว่า แบบฟอร์มหนึ่งชุดของใบ OPD Card ต้องสามารถยืนยันการรักษาและเหตุผลในการตัดสินใจของแพทย์ได้อย่างครบถ้วน เมื่อคลินิกมีแบบฟอร์ม OPD Card คลินิกที่ดี ก็ควรมีระบบจัดเก็บที่ได้มาตรฐานตามมา เพื่อให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น ลดความผิดพลาด และยกระดับการทำงานให้คลินิกมีความเป็นมืออาชีพ มีสไตล์การทำงานที่ไม่ตกเทรนด์ ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความไว้วางใจของลูกค้าได้อีกทางด้วย
ใบ OPD Card ต้องมีข้อมูลอะไร ถึงจะเรียกว่าครบ
หลายคลินิกคงมีตัวอย่าง OPD Card ใช้งานกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่มาลองรีเช็กกันอีกครั้งว่ายังขาดข้อมูลที่ควรบันทึกตามหลักเวชระเบียนข้อไหนไปหรือไม่ เพราะในแบบฟอร์มที่ดีไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์ม OPD Card คลินิกฟรี หรือแบบฟอร์มที่ทางคลินิกออกแบบเองเพื่อให้เข้ากับธีม สิ่งที่ต้องมีให้ครบคือข้อมูลระบุตัวตนคนไข้ เช่น ชื่อ–นามสกุล อายุ เพศ วันที่เข้ารับการรักษา ที่สำคัญมากสำหรับป้องกันการสลับแฟ้มหรือสลับข้อมูลในระบบได้ นอกจากนี้ในส่วนที่แพทย์ต้องบันทึก เช่น อาการสำคัญ ข้อมูลการแพ้ยา การตรวจร่างกาย การวินิจฉัย และหัตถการที่รับบริการ ก็ต้องชัดเจน อ่านง่าย และมีการบันทึกต่อเนื่อง ไม่ขาด ตามคอร์สที่ลูกค้าซื้อ เพราะเป็นข้อมูลในการยืนยันว่าคนไข้ได้รับบริการครบถ้วน แพทย์รักษาตามมาตรฐาน และติดตามผลลัพธ์ได้ สิ่งที่เราควรรู้อีกอย่างคือ ในทางกฎหมายแล้วสิ่งที่ไม่ถูกบันทึกลงใน OPD Card คือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้เราต้องห้ามละเลยบันทึกข้อมูลให้ครบถ้วนทั้งหมด และที่ไม่ควรลืมคือการลงชื่อแพทย์ผู้รักษา เพื่อเป็นการรับรองความถูกต้องของข้อมูล รวมถึงวันที่และเวลาที่บันทึก ซึ่งจำเป็นต่อการตรวจสอบกรณีภายหลัง หรือการตรวจจาก สบส. เองก็ตาม
⭐ แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้คลินิกเข้าใจแนวทาง บันทึกประวัติคนไข้ให้ปลอดภัย ครบถ้วน และเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่เหมาะสม ตั้งแต่ข้อมูลสำคัญที่ต้องจัดเก็บตามมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การลดความผิดพลาดจากงานเอกสาร ไปจนถึงการเรียกดูและใช้งานข้อมูลได้รวดเร็ว ช่วยยกระดับการบริหารคนไข้ให้ดูเป็นมืออาชีพและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวคลิกอ่านต่อ : บันทึกประวัติคนไข้ในคลินิก ปลอดภัย ครบถ้วน ด้วยโปรแกรมแนะนำ

ภาพตัวอย่าง OPD Card ผู้ป่วยนอก
PDPA และ OPD Card รักษาความลับข้อมูลผู้ป่วยให้ปลอดภัย

เมื่อกฎหมาย PDPA มีผลบังคับใช้ การจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยในใบ OPD Card ก็ถูกยกระดับให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหวโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าคลินิกต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบ รักษาความลับข้อมูลผู้ป่วยให้ปลอดภัย และเข้าถึงได้เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้น พูดให้เข้าใจง่ายคือ PDPA ไม่ได้เน้นแค่การขอความยินยอม แต่เน้นว่าคลินิก ความงามต้องมีมาตรการปกป้องข้อมูลไม่ว่าจะเป็น OPD Card แบบกระดาษหรือแบบดิจิทัล การวางใบ OPD Card ของลูกค้าไว้บนเคาน์เตอร์แบบเปิดเผย หรือให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องหยิบดูแฟ้ม ถือว่าเข้าข่ายละเมิด PDPA ได้ เช่นเดียวกับการวางเอกสารในตู้ที่ไม่ได้ล็อกหรือวางไว้ในพื้นที่ที่มีคนนอกเข้าถึงได้ง่ายเช่นกัน คลินิกของเราจึงต้องเข้มงวด ตั้งแต่การเก็บรักษา การค้นหา การคัดแยก ไปจนถึงการทำลายเอกสารเมื่อหมดอายุการเก็บรักษา ส่วนในระบบออนไลน์ หลายคลินิกใช้ OPD Card คลินิกพยาบาล หรือโปรแกรมคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ใช้งานง่าย เข้าได้เฉพาะคนที่มีสิทธิ์เท่านั้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลได้
⭐ แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้เจ้าของคลินิกและทีมงานเข้าใจว่า PDPA สำหรับคลินิกคืออะไร และควรจัดการข้อมูลคนไข้อย่างไรให้เป็นมืออาชีพ ตั้งแต่หลักการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันข้อมูลรั่วไหล การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ไปจนถึงแนวทางวางระบบข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมาย ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้คนไข้ในระยะยาวคลิกอ่านต่อ : PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ
การเปลี่ยนผ่านจาก OPD Card กระดาษสู่ Electronic Health Record (E-HR)

หลายที่กำลังเปลี่ยนระบบการทำงานในรูปแบบ Paperless ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า สะดวก และเป็นมืออาชีพในการบริหารมากกว่า โดยเฉพาะการจัดเก็บเอกสารเข้าสู่ระบบออนไลน์แทนเก็บเป็นกระดาษก้าวสู่ยุคลดกระดาษในระบบสาธารณสุข โดยการเปลี่ยนจาก OPD Card กระดาษ ไปเป็น Electronic Health Record (E-HR) ช่วยลดปัญหาต่าง ๆ เช่น แฟ้มหาย ลายมืออ่านยาก หรือหาข้อมูลไม่เจอในช่วงเร่งด่วน การใช้ระบบบันทึกออนไลน์ทำให้แพทย์เห็นข้อมูลย้อนหลังได้เร็วขึ้น เก็บไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือผลตรวจได้ในที่เดียว และยังส่งต่อข้อมูลระหว่างสาขาหรือทีมแพทย์ได้ง่ายกว่า
⭐ แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า Paperless คืออะไร และคลินิกความงามสามารถนำระบบ Paperless มาใช้งานได้อย่างไร ตั้งแต่การลดเอกสารในงานเวชระเบียน ใบ OPD Card ใบยินยอม และเอกสารบัญชี ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลที่ปลอดภัย ค้นหาง่าย และสอดคล้องกับ PDPA ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการทำงาน และยกระดับภาพลักษณ์คลินิกให้ดูทันสมัยอย่างมืออาชีพ คลิกอ่านต่อ : Paperless คืออะไร แล้ว Paperless คลินิกความงามใช้งานยังไง

การจัดเก็บแบบดิจิทัลยังช่วยตอบโจทย์ PDPA ได้ดีกว่า เพราะสามารถตั้งสิทธิ์ผู้ใช้งานว่าใครเข้าถึงข้อมูลคนไข้คนไหนได้บ้าง และเข้าถึงได้แค่ไหน ข้อมูลไหนใครเปิดอ่านได้ ข้อมูลไหนใครแก้ไขได้บ้าง นอกจากนี้ยังช่วยให้การตรวจสอบจาก สบส. ง่ายขึ้น เพราะระบบสามารถแสดงประวัติการแก้ไข เวลาเข้าใช้งาน และช่วยจัดทำรายงานต่าง ๆ ของคลินิกได้ทันที ไม่ต้องค้นกระดาษทีละแฟ้มเหมือนเดิม หลายคลินิกที่เริ่มต้นด้วยการทำ แบบฟอร์ม OPD Card word หรือแบบฟอร์ม OPD Card คลินิกฟรี มักพบว่าการจัดการแบบกระดาษใช้เวลามากกว่าที่คิด ยิ่งลูกค้ามากขึ้น ต้องใช้มากกว่าในการค้นหาแฟ้ม ทำให้การเปลี่ยนมาใช้ระบบ E-HR กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และการบริหารงานของคลินิกความงามอีกด้วย
ProClinic จัดการใบ OPD Card ได้แบบมืออาชีพทำกัน

สำหรับเจ้าของคลินิกที่กำลังมองหาระบบโปรแกรมคลินิกที่ช่วยจัดการ OPD Card แบบครบวงจร ทั้งการบันทึก การค้นหา การจัดเก็บ และปกป้องข้อมูลลูกค้าได้ ProClinic คือคำตอบที่คลินิกจำนวนมากเลือกใช้ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง ทั้งหาแฟ้มไม่เจอ กรอกข้อมูลไม่ครบ อ่านไม่ออก กระดาษจัดเก็บไม่ดี หมึกละลาย หรือใช้เวลาหาแต่ละแผ่นนานเพราะลูกค้าเยอะ ProClinic ทำให้ ใบ OPD Card กลายเป็นข้อมูลที่เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ ค้นหาได้ทันทีด้วยชื่อ เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน หรือแม้แต่ด้วยประวัติการรักษา ช่วยให้แพทย์อ่านข้อมูลย้อนเช็กประวัติเดิมได้เร็วขึ้นแบบที่เรียงเป็นไทม์ไลน์มาแล้ว รวมทั้งยังมีระบบ ระบบ Face Chart บันทึกรูปภาพได้ จัดการค่ามือแบบอัตโนมัติ มีประวัติแพ้ยา และไฟล์อื่น ๆ ได้ในที่เดียว เรียกได้ว่าทำให้คุณภาพของทั้งเจ้าของคลินิก แพทย์ พนักงาน และลูกค้าดีขึ้น เมื่อมีระบบโปรแกรมนี้เข้ามาช่วยจัดการ และบริหารคลินิกได้แบบมือโปร ส่วนเรื่อง PDPA ก็มีการจัดการสิทธิ์ผู้ใช้อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งเข้าถึงข้อมูลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และมีการบันทึกประวัติการแก้ไขทุกข้อมูล ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เสมอ ป้องกันการทุจริตได้ ถือเป็นการอัปเกรดจาก OPD Card Thailand แบบดั้งเดิมสู่ระบบคลินิกสมัยใหม่เต็มรูปแบบ
สรุป
การจัดเก็บ OPD Card อย่างมืออาชีพไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นระเบียบของตู้เอกสาร แต่คือหัวใจของการให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการยกระดับมาตรฐานของคลินิกให้ตรวจสอบได้เสมอ ทั้งตามข้อกำหนดของ สบส. และกฎหมาย PDPA ยิ่งคลินิกมีลูกค้ามากเท่าไร ยิ่งต้องใช้ระบบที่ช่วยบริหารข้อมูลได้ ProClinic คือโปรแกรมคลินิกที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้การจัดการ ใบ OPD Card ให้ง่าย ลดปัญหาแฟ้มหาย ข้อมูลรั่วไหล และเปลี่ยนจากงานเอกสารที่วุ่นวายให้ง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก และรองรับการตรวจสอบทุกเมื่อ ช่วยเปลี่ยนผ่านจากกระดาษสู่ e-HR ได้ สามารถลองเริ่มต้นคุยกับ ProClinic ได้ แล้วจะรู้ว่าการจัดการ OPD ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเซ้งคลินิก
OPD Card คืออะไร
OPD Card คือ ใบเวชระเบียนผู้ป่วยนอกที่แพทย์ทำการบันทึกข้อมูลการตรวจรักษา เช่น อาการสำคัญ การตรวจร่างกาย การวินิจฉัย และแผนการรักษา ซึ่งเป็นหลักฐานทางการแพทย์ตามที่ สบส. กำหนดให้คลินิกต้องจัดเก็บอย่างครบถ้วนและตรวจสอบได้เสมอ
หาหมอ OPD ครั้งละกี่บาท
ค่ารักษาผู้ป่วยนอก OPD จะแตกต่างตามประเภทคลินิกและโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลรัฐมักอยู่ที่ 30–100 บาทตามสิทธิบัตรทอง หรือตามสิทธิประกันสังคม ส่วนคลินิกเอกชนคิดตามอัตราค่าบริการของแต่ละสถานพยาบาลซึ่งโดยเฉลี่ย 300–1,000 บาท แต่ขึ้นอยู่กับแพทย์และการบริการที่ได้รับ
OPD ใช้ได้กี่ครั้ง
ในระบบประกันสุขภาพ เช่น บัตรทองและประกันสังคม การใช้สิทธิ์ OPD สามารถใช้ได้ไม่จำกัดครั้งตามความจำเป็นทางการแพทย์ แต่ต้องไปตามหน่วยบริการประจำ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน ส่วนคลินิกเอกชนหรือประกันเอกชนขึ้นกับแผนประกันสุขภาพของแต่ละบริษัท
OPD ตรวจอะไรบ้าง
การตรวจ OPD ครอบคลุมการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น วินิจฉัยอาการ สั่งยา สั่งตรวจเพิ่มเติมตามความเห็นแพทย์ เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ โดยยึดตามแนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์ของสาขาที่เกี่ยวข้อง
ต้องเก็บ OPD Card กระดาษไว้นานเท่าไหร่ตามกฎหมาย
ตามข้อกำหนดของ สบส. และมาตรฐานเวชระเบียนไทย คลินิกต้องเก็บเวชระเบียนผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 5 ปีหลังการรักษาครั้งสุดท้าย ส่วนกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องเก็บอย่างน้อยจนถึงอายุ 25 ปี เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ตามกฎหมายคุ้มครองผู้ป่วย
ถ้าแพทย์ไม่ได้ลงลายเซ็นใน OPD Card จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่
มีผลทางกฎหมาย เนื่องจากลายเซ็นหรือรหัสแพทย์ถือเป็นการรับรองข้อมูลเวชระเบียน หากไม่ลงนับว่าเวชระเบียนไม่สมบูรณ์ อาจกระทบต่อการตรวจสอบจาก สบส. การเคลมประกัน และกรณีร้องเรียนทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้คลินิกหรือแพทย์มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงขึ้น
คลินิกขนาดเล็กสามารถใช้ E-HR ได้คุ้มค่าหรือไม่
คุ้มค่าอย่างมาก เพราะช่วยลดงานเอกสาร ลดความผิดพลาดจากการค้นหาข้อมูล ช่วยจัดเก็บเวชระเบียนอย่างเป็นระบบ และรองรับ PDPA ได้ดีกว่ากระดาษ อีกทั้งค่าใช้จ่ายของระบบ E-HR ปัจจุบันถูกลงมาก จนคลินิกเล็กใช้ได้คุ้มกว่าการพิมพ์และจัดเก็บแฟ้มกระดาษในระยะยาว
Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.
Published on : December 21, 2025