มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง

8 พฤษภาคม 2568 เทคนิคบริหารคลินิก 7,518เข้าชม

การเปิดคลินิกไม่ได้มีเพียงเรื่องใบอนุญาตหรือการเตรียมทีมบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดสำคัญอีกอย่างที่หลายคนมักมองข้าม นั่นคือ ป้ายคลินิก ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผู้รับบริการมองเห็น และเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์รวมถึงความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล หลายคนอาจคิดว่าป้ายคลินิกเป็นเพียงเรื่องของดีไซน์ แต่ในความเป็นจริงป้ายคลินิกมีข้อกำหนดตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ทั้งขนาด สี ตัวอักษร และข้อมูลที่ต้องแสดงบนป้าย

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม พร้อมแนวทางตรวจสอบว่าป้ายของคลินิกถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายในอนาคต


  ทำป้ายคลินิกให้ถูกต้อง พร้อมระบบบริหารที่ช่วยให้คลินิกทำงานได้เป็นระบบ

ให้ ProClinic ช่วยดูการออกแบบป้ายที่ถูกกฎหมายและได้มาตรฐาน จัดการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ เพื่อให้คลินิกของคุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพ



ป้ายคลินิกที่ถูกต้องตามกฎกระทรวง สำคัญยังไง

การติดตั้งป้ายคลินิกที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงเป็นมากกว่าการบอกชื่อสถานพยาบาล เพราะถือเป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีความสำคัญในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดข้อกำหนดเรื่องรูปแบบ ขนาด สี และเนื้อหาของป้ายอย่างชัดเจน หากคลินิกไม่ปฏิบัติตามอาจถูกสั่งปรับ ระงับการให้บริการ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการคลินิกเข้าใจเรื่อง ภาษีป้ายคลินิกในปี 2026 อย่างถูกต้อง ตั้งแต่หลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ วิธีคำนวณและการยื่นชำระภาษี ไปจนถึงแนวทางจัดการภาษีป้ายอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และใช้ข้อมูลด้านภาษีมาช่วยวางแผนต้นทุนให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิด

คลิกอ่านต่อ :
ภาษีป้ายคลินิก 2026 จ่ายถูกวิธี ช่วยธุรกิจได้มากกว่าที่คิด


1) เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคลินิก

ป้ายคลินิกที่แสดงใบอนุญาตและข้อมูลสำคัญอย่างถูกต้อง ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจว่าคลินิกมีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้ และดำเนินการโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจริง

2) ช่วยให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้สะดวก

การติดตั้งป้ายตามมาตรฐานทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ง่าย เช่น ชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ เลขที่ใบอนุญาต และเวลาทำการของคลินิก

3) ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย

หากคลินิกไม่มีป้าย หรือป้ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจถูกประชาชนร้องเรียนหรือถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และการดำเนินกิจการ

4) สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ

ป้ายคลินิกที่ออกแบบสวยงามและถูกต้องตามมาตรฐาน จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ ทำให้คลินิกดูเป็นมืออาชีพและสร้างความประทับใจให้กับผู้รับบริการตั้งแต่แรกเห็น


ขนาดและรูปแบบของป้ายคลินิกที่ถูกต้อง

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ป้ายคลินิกต้องมีข้อความชัดเจน บ่งบอกประเภทของคลินิกอย่างตรงไปตรงมา และไม่เกินจริง เช่น คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม หรือคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ โดยต้องมีการระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้รับผิดชอบหลักชัดเจนอีกด้วย

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง

ป้ายคลินิกเวชกรรม ขนาดมาตรฐาน

  • ความกว้างไม่น้อยกว่า 30 ซม.
  • ความยาวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพื้นที่ติดตั้ง
  • ตัวอักษรต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 5 ซม.
  • ต้องใช้ภาษาที่ถูกต้อง ไม่มีคำโฆษณาเกินจริงหรือจูงใจผิด


การติดตั้งป้ายภายนอกคลินิกที่ถูกต้อง

ป้ายคลินิกควรติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถระบุตำแหน่งของคลินิกได้ง่าย และช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก โดยมีหลักการติดตั้งสำคัญดังนี้

  • ติดตั้งป้ายในตำแหน่งที่ มองเห็นได้ชัดจากภายนอกอาคาร
  • ป้ายควรอยู่บริเวณ ด้านหน้าคลินิกหรือจุดที่ผู้ใช้บริการสังเกตเห็นได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งป้ายในตำแหน่งที่ มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ เสา หรือป้ายอื่นบัง
  • หากคลินิกตั้งอยู่ใน อาคารพาณิชย์หรืออาคารสูง ควรมีป้ายบริเวณชั้นล่างหรือหน้าทางเข้าอาคาร
  • ควรติดตั้งในตำแหน่งที่ ผู้ผ่านไปมาสามารถอ่านข้อมูลบนป้ายได้อย่างชัดเจน

  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่อง ใบอนุญาตเปิดคลินิก อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงขั้นตอนการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา และทำให้การเปิดคลินิกเป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้น

คลิกอ่านต่อ :
ใบอนุญาตเปิดคลินิก เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ มีขั้นตอนอะไรบ้าง



ป้ายภายนอกคลินิกมีป้ายอะไรบ้าง และติดตั้งอย่างไร

ป้ายภายนอกคลินิกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถระบุสถานที่และตรวจสอบข้อมูลของคลินิกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้สถานพยาบาลต้องติดตั้งอย่างถูกต้อง โดยป้ายภายนอกที่ควรมี ได้แก่

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง

1) ป้ายหน้าร้าน

ป้ายหลักที่แสดงชื่อคลินิกและใช้เป็นสัญลักษณ์ของสถานพยาบาล ควรออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของคลินิก

ข้อแนะนำในการออกแบบป้าย

  • ใช้ดีไซน์ที่ เรียบง่าย ดูเป็นมืออาชีพ
  • เลือกใช้สีที่ สะอาดตา เช่น ฟ้า ขาว เทา
  • หลีกเลี่ยงสีที่ ฉูดฉาดเกินไป เช่น แดงหรือเหลืองจัด
  • ควรมี โลโก้คลินิก เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์

2) ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล

เป็นป้ายที่ต้องแสดงอย่างชัดเจนบริเวณหน้าคลินิก เพื่อยืนยันว่าคลินิกได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมาย

ข้อมูลที่ต้องมีบนป้าย

  • ชื่อสถานพยาบาล
  • หมายเลขใบอนุญาต
  • ชื่อผู้ได้รับอนุญาต

ข้อสำคัญคือ ห้ามมีการแก้ไข ดัดแปลง หรือลบเลือนข้อความบนป้าย

3) ป้ายแจ้งวันเวลาทำการของคลินิก

ป้ายนี้ช่วยให้ผู้รับบริการทราบเวลาการให้บริการของคลินิกอย่างชัดเจน

ข้อมูลที่ควรแสดง

  • เวลาเปิด-ปิดให้บริการ
  • วันหยุดประจำสัปดาห์
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์ (ถ้ามี)

ควรติดตั้งบริเวณ หน้าประตูหรือจุดที่ผู้รับบริการมองเห็นได้ง่าย

4) ป้ายห้ามสูบบุหรี่

คลินิกต้องติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ตามกฎหมาย เพื่อควบคุมพื้นที่ปลอดบุหรี่ภายในสถานพยาบาล

ข้อกำหนดสำคัญ

  • ต้องติดใน ตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
  • ควรมีทั้ง ภายในและภายนอกคลินิก
  • เป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง


ป้ายภายในคลินิกมีป้ายอะไรบ้าง และติดตั้งอย่างไร

นอกจากป้ายภายนอกคลินิกแล้ว ภายในคลินิกก็ต้องมีป้ายสำคัญหลายประเภท เพื่อช่วยให้การให้บริการเป็นระเบียบ ชัดเจน และเป็นไปตามมาตรฐานสถานพยาบาล โดยป้ายภายในที่ควรมี ได้แก่

มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง

1) ป้าย Black Drop

ป้าย Black Drop เป็นป้ายที่แสดงข้อมูลสำคัญของแพทย์ผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลที่ควรแสดงบนป้าย

  • ชื่อแพทย์ผู้ให้บริการ
  • เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • ชื่อผู้รับผิดชอบสถานพยาบาล

โดยป้ายประเภทนี้มักติดตั้งบริเวณ

  • หน้าห้องตรวจ
  • เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

2) ป้ายเคาน์เตอร์ต่าง ๆ ได้แก่

ป้ายเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใจขั้นตอนการรับบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยจัดระเบียบการทำงานภายในคลินิก

ตัวอย่างป้ายที่ควรมี

  • ป้ายเวชระเบียน
  • ป้ายการเงิน
  • ป้ายห้องรอพบแพทย์
  • ป้ายห้องฉีดยา

ควรติดตั้งในตำแหน่งที่ ผู้รับบริการสามารถมองเห็นได้ง่าย

3) ป้ายห้องตรวจ/และป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ

ป้ายหน้าห้องตรวจเป็นอีกหนึ่งป้ายสำคัญที่ช่วยระบุว่าแพทย์ท่านใดเป็นผู้ให้บริการในห้องนั้น

ข้อกำหนดในการติดตั้ง

  • ต้องติดตั้ง หน้าห้องตรวจทุกห้อง
  • แสดง ชื่อแพทย์ผู้ให้บริการ
  • ระบุ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

หากมีแพทย์หมุนเวียนให้บริการ ควร อัปเดตข้อมูลให้ตรงกับวันให้บริการ

4) ป้ายแจ้งการแพ้ยา

ป้ายนี้ช่วยเตือนบุคลากรทางการแพทย์ให้ระมัดระวังในการใช้ยาและเวชภัณฑ์กับผู้ป่วย

ควรติดตั้งบริเวณ

  • ห้องฉีดยา
  • ห้องตรวจ
  • จุดที่มีการเตรียมยา

เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจาก การใช้ยาที่ผู้ป่วยอาจมีอาการแพ้

5) ป้ายถังดับเพลิง

ป้ายแสดงตำแหน่งถังดับเพลิงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานพยาบาล

ข้อกำหนดสำคัญ

  • ต้องแสดง ตำแหน่งของถังดับเพลิงอย่างชัดเจน
  • ควรมี คำแนะนำการใช้งานเบื้องต้น
  • ต้องตรวจสอบให้ถังดับเพลิง อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ


ข้อควรระวังของป้ายคลินิกมีอะไรบ้าง

ป้ายคลินิกไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านดีไซน์หรือการสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ กฎหมาย จริยธรรมทางการแพทย์ และความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาลโดยตรง หากติดตั้งหรือใช้งานไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ค่าปรับ การถูกร้องเรียน หรือกระทบต่อใบอนุญาตประกอบกิจการได้

1) ต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งป้าย

ป้ายคลินิกที่ติดตั้งภายนอกอาคารหรือมองเห็นได้จากพื้นที่สาธารณะ ต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง และต้องเสีย ภาษีป้ายประจำปี

  • หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอน อาจถูก
  • ปรับตามกฎหมาย
  • สั่งให้รื้อถอนป้ายทันที

2) ข้อความบนป้ายต้องไม่โฆษณาเกินจริง

ป้ายคลินิกต้องใช้ข้อความที่ตรงตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และต้องไม่ใช้คำที่ชวนให้เข้าใจผิด เช่น

  • “ปลอดภัย 100%”
  • “เห็นผลทันที”
  • “ไม่มีผลข้างเคียง”

หากระบุชื่อแพทย์ ต้องเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพจริง และต้องแสดงคำนำหน้าที่ถูกต้อง พร้อมเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

3) ห้ามใช้ภาพ Before-After บนป้าย

การใช้ภาพผลลัพธ์การรักษา เช่น Before–After ถือเป็นการโฆษณาที่อาจเข้าข่ายชวนเชื่อ และขัดต่อจริยธรรมทางการแพทย์แม้จะได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยแล้ว ก็ ไม่สามารถใช้ภาพดังกล่าวบนป้ายที่มองเห็นจากภายนอกได้ 

4) วัสดุและขนาดป้ายต้องปลอดภัย

ป้ายคลินิกควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ เช่น

  • โครงสร้างแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
  • ทนต่อฝน ลม และแสงแดด
  • ขนาดต้องไม่เกินแบบที่ได้รับอนุญาต

5) หลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่ผิดกฎหมาย

ไม่ควรติดป้ายในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น

  • พื้นที่สาธารณะ
  • ผนังอาคารที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
  • พื้นที่ที่กีดขวางทางเดินหรือทางฉุกเฉิน
  • การติดตั้งควรอยู่ในตำแหน่งที่ ปลอดภัยและมองเห็นได้ชัดเจน

6) ต้องอัปเดตข้อมูลบนป้ายให้ถูกต้องเสมอ

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น

  • ชื่อคลินิก
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • แพทย์ประจำคลินิก

ควรปรับปรุงป้ายให้ตรงกับข้อมูลล่าสุด และแจ้งแก้ไขกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและปัญหาทางกฎหมาย

7) ต้องชำระภาษีป้ายทุกปี

ป้ายที่แสดงชื่อหรือโลโก้กิจการ ต้องเสีย ภาษีป้ายประจำปี โดยปกติจะต้องยื่นแบบและชำระภาษี ภายในเดือนมกราคมของทุกปี หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง, คิดค่าปรับและเงินเพิ่ม


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ทัน ปัญหาการเปิดคลินิกยอดฮิตที่เจ้าของมักเจอจริง ตั้งแต่เรื่องงบประมาณ ระบบงานหลังบ้าน บุคลากร กฎหมาย ไปจนถึงการบริหารลูกค้า พร้อมแนวทางเตรียมรับมืออย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มต้น และทำให้การเปิดคลินิกเดินหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

คลิกอ่านต่อ : 
ปัญหาการเปิดคลินิกยอดฮิต ที่เจ้าของต้องเจอและเตรียมรับมือ



มาตรฐานป้ายคลินิก คือรายละเอียดเล็กที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ

การจัดการรายละเอียดของคลินิกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาต ระบบเอกสาร หรือแม้แต่ป้ายคลินิก คือพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลอย่างมืออาชีพ เพราะเมื่อคลินิกมีมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่โครงสร้างภายนอก ไปจนถึงระบบการบริหารภายใน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว

ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจคลินิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีเพียงการรักษาที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คลินิกที่สามารถบริหารจัดการข้อมูล การบริการ และระบบงานหลังบ้านได้อย่างเป็นระบบ จะมีความได้เปรียบในการเติบโตและขยายธุรกิจในระยะยาว


  พร้อมยกระดับคลินิกของคุณให้ได้มาตรฐานตั้งแต่รายละเอียดเล็ก ๆ แล้วหรือยัง?

ปรึกษา ProClinic
เพื่อวางระบบบริหารคลินิกที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นระบบ ตรวจสอบได้ และพร้อมเติบโตอย่างมืออาชีพ



คำถามที่พบบ่อย


ป้ายคลินิกต้องขออนุญาตไหม ?

ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) ต้องขออนุญาตติดตั้งป้ายจากสำนักงานเขต/เทศบาล

2) ต้องเสียภาษีป้าย ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510

3) ป้ายต้องใช้ชื่อคลินิกตรงตามที่จดทะเบียน

4) ต้องไม่ใช้ข้อความหรือภาพที่โอ้อวดหรือทำให้เข้าใจผิด


ข้อความบนป้ายคลินิกต้องมีอะไรบ้าง ?

1) ชื่อคลินิกที่ตรงกับชื่อที่จดทะเบียน

2) ประเภทของสถานพยาบาล เช่น คลินิกเวชกรรมหรือคลินิกเสริมความงาม

3) ชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ ถ้ามีกำหนดในใบอนุญาต

4) เลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

5) ต้องไม่มีข้อความโอ้อวด เกินจริง หรือหลอกลวง

6) ต้องไม่ใช้คำว่า “โรงพยาบาล” หรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรงพยาบาล


สามารถใส่รูป Before-After หรือข้อความชวนเชื่อบนป้ายได้ไหม ?

ไม่สามารถใส่รูป Before-After หรือข้อความชวนเชื่อบนป้ายคลินิกได้ เนื่องจากผิดระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข และ พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยเฉพาะ

1) ห้ามใช้รูป Before-After เพื่อโฆษณาผลลัพธ์ทางการแพทย์

2) ห้ามใช้ข้อความที่โอ้อวด เกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด เช่น “เห็นผลทันที” หรือ “สวยเหมือนดารา” เป็นต้น

3) สามารถใช้ป้ายเพื่อแสดงชื่อคลินิก ประเภทบริการ และข้อมูลพื้นฐานที่ไม่ชักชวนหรือโฆษณาเกินจริงได้


ป้ายโปรโมชัน เช่น ลดราคา แพ็กเกจพิเศษ ต้องขออนุญาตไหม ?

ป้ายโปรโมชัน เช่น ลดราคา หรือแพ็กเกจพิเศษ ต้องขออนุญาตจากเขต/เทศบาล หากเป็นการติดตั้งในที่สาธารณะหรือภายนอกอาคาร โดยเฉพาะกรณีที่เข้าข่าย “ป้ายโฆษณา” ตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามดังนี้

1) ขออนุญาตติดตั้งป้ายตามกฎหมายภาษีป้าย

2) ป้ายต้องไม่แสดงข้อความโอ้อวดหรือชวนเชื่อเกินจริง

3) หากเนื้อหามีลักษณะโฆษณาทางการแพทย์ ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน


ถ้าจะใส่ชื่อแพทย์บนป้ายต้องทำอย่างไร ?

1) ใช้ชื่อจริง-นามสกุลของแพทย์ พร้อมคำนำหน้า “แพทย์หญิง” หรือ “แพทย์ชาย”

2) ระบุเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (เช่น ว.12345) ให้ชัดเจน

3) ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพจากแพทยสภา และมีรายชื่อในระบบ

4) หากเป็นป้ายภายนอกอาคารหรือเข้าข่ายป้ายโฆษณา

  • ต้องขออนุญาตติดตั้งป้ายจากเขต/เทศบาล
  • เนื้อหาและขนาดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ภาษีป้าย

ขนาดของป้ายมีข้อกำหนดหรือไม่ ?

1) ตามกฎหมายภาษีป้าย (พ.ร.บ.ภาษีป้าย)

  • ขนาดป้ายส่งผลต่ออัตราภาษีที่ต้องชำระ
    • ขนาดมากกว่า 0.5 ตร.ม. ต้องยื่นแบบและเสียภาษีป้าย
    • ยิ่งขนาดใหญ่อัตราภาษีจะยิ่งสูงตามพื้นที่ป้าย

2) ตามข้อกำหนดท้องถิ่น (เทศบาล/เขต)

  • บางพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูง ความยาว ความกว้างของป้าย โดยเฉพาะป้ายติดหน้าร้าน/ริมถนน
  • ต้องขออนุญาตก่อสร้าง/ติดตั้งป้าย หากติดภายนอกอาคารหรือมีโครงสร้างรองรับ

3) ตามกฎของกระทรวงสาธารณสุข (สำหรับสถานพยาบาล)

  • ไม่มีระบุขนาดเป๊ะ แต่ต้องดูเหมาะสม ไม่เกินจริง และไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
  • ห้ามมีลักษณะโอ้อวดหรือโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ใช้วัสดุอะไรก็ได้ไหม ?

ป้ายคลินิกควรเลือกวัสดุให้เหมาะสมตามกฎหมายและความปลอดภัย ได้แก่

  • อะคริลิก/พลาสติกแข็ง ที่ทนทาน กันน้ำ ดูสะอาดเหมาะกับภาพลักษณ์คลินิก
  • อลูมิเนียมคอมโพสิตที่มีความแข็งแรง ทนแดด กันสนิม อายุการใช้งานยาว
  • สแตนเลส/โลหะพ่นสี ถ้าต้องการความหรูหรา และทนต่อสภาพอากาศ

ควรหลีกเลี่ยงวัสดุชั่วคราว เช่น ฟิวเจอร์บอร์ด ไวนิลบาง ๆ เพราะดูไม่มืออาชีพ และอาจผิดระเบียบกรณีติดตั้งถาวร หรือวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือแตกหักง่าย มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย


หากไม่ขออนุญาตติดตั้งป้ายจะมีผลอย่างไร ?

1) ผลทางกฎหมาย

  • ถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  • ต้องเสียภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • ถูกสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขป้ายทันที
  • มีความผิดซ้ำซ้อน หากป้ายมีเนื้อหาผิดกฎหมายหรือขัดต่อจริยธรรมวิชาชีพ

2) ผลกระทบต่อธุรกิจ

  • สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับคลินิก
  • อาจถูกตรวจสอบเอกสารหรือใบอนุญาตอื่น ๆ เพิ่มเติม
  • มีผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและหน่วยงานรัฐ

Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.  

Published on : May 08, 2025

#ใบอนุญาตคลินิก

ProClinic โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด

ทีมงานมีประสบการณ์ดูแลคลินิกมากกว่า 200 สาขา ทำให้เราเข้าใจธุรกิจและความต้องการของเจ้าของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างโปรแกรมคลินิกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารคลินิกหลายสาขาให้ไม่พัง ด้วยระบบที่ถูกต้อง มีคุณภาพ

บริหารคลินิกหลายสาขาให้ไม่พัง ด้วยระบบที่ถูกต้อง มีคุณภาพ

14 สิงหาคม 2569 17เข้าชม

ขยายคลินิกหลายสาขาแต่คุมไม่อยู่ เรียนรู้ 5 ปัญหาที่ทำให้คลินิกสาขาพัง พร้อมวิธีบริหารด้วยระบบ Cloud และโปรแกรมบริหารคลินิกหลายสาขาที่ช่วยให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว

โปรแกรมคลินิกช่วยขยายสาขาได้หรือเปล่า คำตอบที่เจ้าของต้องรู้

โปรแกรมคลินิกช่วยขยายสาขาได้หรือเปล่า คำตอบที่เจ้าของต้องรู้

14 สิงหาคม 2569 12เข้าชม

โปรแกรมคลินิกช่วยขยายสาขาได้หรือเปล่า? รวมโปรแกรมคลินิกช่วยแก้ปัญหา 5 ข้อใหญ่ของการขยายสาขาได้ยังไง Checklist และฟีเจอร์ที่ต้องมีสำหรับคลินิกที่ต้องการเติบโต

กลยุทธ์วิเคราะห์คู่แข่งคลินิก ทำอย่างไรให้คลินิกโดดเด่น

กลยุทธ์วิเคราะห์คู่แข่งคลินิก ทำอย่างไรให้คลินิกโดดเด่น

6 สิงหาคม 2569 124เข้าชม

รู้ทันคู่แข่งคลินิกก่อนใคร เรียนรู้ 5 กลยุทธ์วิเคราะห์คู่แข่งคลินิก ตั้งแต่ SWOT, Positioning Map จนถึงกลยุทธ์ที่ทำให้คลินิกของคุณโดดเด่นในตลาดที่แข่งขันดุเดือด

ติดต่อเรา

โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด