การเปิดคลินิกไม่ได้มีเพียงเรื่องใบอนุญาตหรือการเตรียมทีมบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดสำคัญอีกอย่างที่หลายคนมักมองข้าม นั่นคือ ป้ายคลินิก ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผู้รับบริการมองเห็น และเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์รวมถึงความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล หลายคนอาจคิดว่าป้ายคลินิกเป็นเพียงเรื่องของดีไซน์ แต่ในความเป็นจริงป้ายคลินิกมีข้อกำหนดตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ทั้งขนาด สี ตัวอักษร และข้อมูลที่ต้องแสดงบนป้าย
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม พร้อมแนวทางตรวจสอบว่าป้ายของคลินิกถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
ทำป้ายคลินิกให้ถูกต้อง พร้อมระบบบริหารที่ช่วยให้คลินิกทำงานได้เป็นระบบ
ในวันที่กฎหมายและมาตรฐานถูกตรวจสอบเข้มขึ้น คลินิกที่ได้เปรียบคือคลินิกที่ จัดการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ProClinic ช่วยบริหารข้อมูลคลินิก การนัดหมายลูกค้า และ CRM ในระบบเดียว เพื่อให้คลินิกของคุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพ
ป้ายคลินิกที่ถูกต้องตามกฎกระทรวง สำคัญยังไง
การติดตั้งป้ายคลินิกที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงเป็นมากกว่าการบอกชื่อสถานพยาบาล เพราะถือเป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีความสำคัญในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดข้อกำหนดเรื่องรูปแบบ ขนาด สี และเนื้อหาของป้ายอย่างชัดเจน หากคลินิกไม่ปฏิบัติตามอาจถูกสั่งปรับ ระงับการให้บริการ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการคลินิกเข้าใจเรื่อง ภาษีป้ายคลินิกในปี 2026 อย่างถูกต้อง ตั้งแต่หลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ วิธีคำนวณและการยื่นชำระภาษี ไปจนถึงแนวทางจัดการภาษีป้ายอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และใช้ข้อมูลด้านภาษีมาช่วยวางแผนต้นทุนให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิด
คลิกอ่านต่อ : ภาษีป้ายคลินิก 2026 จ่ายถูกวิธี ช่วยธุรกิจได้มากกว่าที่คิด
1) เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคลินิก
ป้ายคลินิกที่แสดงใบอนุญาตและข้อมูลสำคัญอย่างถูกต้อง ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจว่าคลินิกมีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้ และดำเนินการโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจริง
2) ช่วยให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้สะดวก
การติดตั้งป้ายตามมาตรฐานทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ง่าย เช่น ชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ เลขที่ใบอนุญาต และเวลาทำการของคลินิก
3) ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย
หากคลินิกไม่มีป้าย หรือป้ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจถูกประชาชนร้องเรียนหรือถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และการดำเนินกิจการ
4) สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ
ป้ายคลินิกที่ออกแบบสวยงามและถูกต้องตามมาตรฐาน จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ ทำให้คลินิกดูเป็นมืออาชีพและสร้างความประทับใจให้กับผู้รับบริการตั้งแต่แรกเห็น
ขนาดและรูปแบบของป้ายคลินิกที่ถูกต้อง
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ป้ายคลินิกต้องมีข้อความชัดเจน บ่งบอกประเภทของคลินิกอย่างตรงไปตรงมา และไม่เกินจริง เช่น คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม หรือคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ โดยต้องมีการระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้รับผิดชอบหลักชัดเจนอีกด้วย
ป้ายคลินิกเวชกรรม ขนาดมาตรฐาน
- ความกว้างไม่น้อยกว่า 30 ซม.
- ความยาวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพื้นที่ติดตั้ง
- ตัวอักษรต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 5 ซม.
- ต้องใช้ภาษาที่ถูกต้อง ไม่มีคำโฆษณาเกินจริงหรือจูงใจผิด
การติดตั้งป้ายภายนอกคลินิกที่ถูกต้อง
ป้ายคลินิกควรติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถระบุตำแหน่งของคลินิกได้ง่าย และช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก โดยมีหลักการติดตั้งสำคัญดังนี้
- ติดตั้งป้ายในตำแหน่งที่ มองเห็นได้ชัดจากภายนอกอาคาร
- ป้ายควรอยู่บริเวณ ด้านหน้าคลินิกหรือจุดที่ผู้ใช้บริการสังเกตเห็นได้ง่าย
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งป้ายในตำแหน่งที่ มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ เสา หรือป้ายอื่นบัง
- หากคลินิกตั้งอยู่ใน อาคารพาณิชย์หรืออาคารสูง ควรมีป้ายบริเวณชั้นล่างหรือหน้าทางเข้าอาคาร
- ควรติดตั้งในตำแหน่งที่ ผู้ผ่านไปมาสามารถอ่านข้อมูลบนป้ายได้อย่างชัดเจน
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่อง ใบอนุญาตเปิดคลินิก อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงขั้นตอนการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา และทำให้การเปิดคลินิกเป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้น
คลิกอ่านต่อ : ใบอนุญาตเปิดคลินิก เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ มีขั้นตอนอะไรบ้าง
ป้ายภายนอกคลินิกมีป้ายอะไรบ้าง และติดตั้งอย่างไร
ป้ายภายนอกคลินิกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถระบุสถานที่และตรวจสอบข้อมูลของคลินิกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้สถานพยาบาลต้องติดตั้งอย่างถูกต้อง โดยป้ายภายนอกที่ควรมี ได้แก่

1) ป้ายหน้าร้าน
ป้ายหลักที่แสดงชื่อคลินิกและใช้เป็นสัญลักษณ์ของสถานพยาบาล ควรออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของคลินิก
ข้อแนะนำในการออกแบบป้าย
- ใช้ดีไซน์ที่ เรียบง่าย ดูเป็นมืออาชีพ
- เลือกใช้สีที่ สะอาดตา เช่น ฟ้า ขาว เทา
- หลีกเลี่ยงสีที่ ฉูดฉาดเกินไป เช่น แดงหรือเหลืองจัด
- ควรมี โลโก้คลินิก เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์
2) ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล
เป็นป้ายที่ต้องแสดงอย่างชัดเจนบริเวณหน้าคลินิก เพื่อยืนยันว่าคลินิกได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมาย
ข้อมูลที่ต้องมีบนป้าย
- ชื่อสถานพยาบาล
- หมายเลขใบอนุญาต
- ชื่อผู้ได้รับอนุญาต
ข้อสำคัญคือ ห้ามมีการแก้ไข ดัดแปลง หรือลบเลือนข้อความบนป้าย
3) ป้ายแจ้งวันเวลาทำการของคลินิก
ป้ายนี้ช่วยให้ผู้รับบริการทราบเวลาการให้บริการของคลินิกอย่างชัดเจน
ข้อมูลที่ควรแสดง
- เวลาเปิด–ปิดให้บริการ
- วันหยุดประจำสัปดาห์
- วันหยุดนักขัตฤกษ์ (ถ้ามี)
ควรติดตั้งบริเวณ หน้าประตูหรือจุดที่ผู้รับบริการมองเห็นได้ง่าย
4) ป้ายห้ามสูบบุหรี่
คลินิกต้องติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ตามกฎหมาย เพื่อควบคุมพื้นที่ปลอดบุหรี่ภายในสถานพยาบาล
ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องติดใน ตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ควรมีทั้ง ภายในและภายนอกคลินิก
- เป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

ป้ายภายในคลินิกมีป้ายอะไรบ้าง และติดตั้งอย่างไร
นอกจากป้ายภายนอกคลินิกแล้ว ภายในคลินิกก็ต้องมีป้ายสำคัญหลายประเภท เพื่อช่วยให้การให้บริการเป็นระเบียบ ชัดเจน และเป็นไปตามมาตรฐานสถานพยาบาล โดยป้ายภายในที่ควรมี ได้แก่

1) ป้าย Black Drop
ป้าย Black Drop เป็นป้ายที่แสดงข้อมูลสำคัญของแพทย์ผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน
ข้อมูลที่ควรแสดงบนป้าย
- ชื่อแพทย์ผู้ให้บริการ
- เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ชื่อผู้รับผิดชอบสถานพยาบาล
โดยป้ายประเภทนี้มักติดตั้งบริเวณ
- หน้าห้องตรวจ
- เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
2) ป้ายเคาน์เตอร์ต่าง ๆ ได้แก่
ป้ายเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใจขั้นตอนการรับบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยจัดระเบียบการทำงานภายในคลินิก
ตัวอย่างป้ายที่ควรมี
- ป้ายเวชระเบียน
- ป้ายการเงิน
- ป้ายห้องรอพบแพทย์
- ป้ายห้องฉีดยา
ควรติดตั้งในตำแหน่งที่ ผู้รับบริการสามารถมองเห็นได้ง่าย
3) ป้ายห้องตรวจ/และป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
ป้ายหน้าห้องตรวจเป็นอีกหนึ่งป้ายสำคัญที่ช่วยระบุว่าแพทย์ท่านใดเป็นผู้ให้บริการในห้องนั้น
ข้อกำหนดในการติดตั้ง
- ต้องติดตั้ง หน้าห้องตรวจทุกห้อง
- แสดง ชื่อแพทย์ผู้ให้บริการ
- ระบุ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
หากมีแพทย์หมุนเวียนให้บริการ ควร อัปเดตข้อมูลให้ตรงกับวันให้บริการ
4) ป้ายแจ้งการแพ้ยา
ป้ายนี้ช่วยเตือนบุคลากรทางการแพทย์ให้ระมัดระวังในการใช้ยาและเวชภัณฑ์กับผู้ป่วย
ควรติดตั้งบริเวณ
- ห้องฉีดยา
- ห้องตรวจ
- จุดที่มีการเตรียมยา
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจาก การใช้ยาที่ผู้ป่วยอาจมีอาการแพ้
5) ป้ายถังดับเพลิง
ป้ายแสดงตำแหน่งถังดับเพลิงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานพยาบาล
ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องแสดง ตำแหน่งของถังดับเพลิงอย่างชัดเจน
- ควรมี คำแนะนำการใช้งานเบื้องต้น
- ต้องตรวจสอบให้ถังดับเพลิง อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
ข้อควรระวังของป้ายคลินิกมีอะไรบ้าง
ป้ายคลินิกไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านดีไซน์หรือการสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ กฎหมาย จริยธรรมทางการแพทย์ และความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาลโดยตรง หากติดตั้งหรือใช้งานไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ค่าปรับ การถูกร้องเรียน หรือกระทบต่อใบอนุญาตประกอบกิจการได้
1) ต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งป้าย
ป้ายคลินิกที่ติดตั้งภายนอกอาคารหรือมองเห็นได้จากพื้นที่สาธารณะ ต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง และต้องเสีย ภาษีป้ายประจำปี
- หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอน อาจถูก
- ปรับตามกฎหมาย
- สั่งให้รื้อถอนป้ายทันที
2) ข้อความบนป้ายต้องไม่โฆษณาเกินจริง
ป้ายคลินิกต้องใช้ข้อความที่ตรงตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และต้องไม่ใช้คำที่ชวนให้เข้าใจผิด เช่น
- “ปลอดภัย 100%”
- “เห็นผลทันที”
- “ไม่มีผลข้างเคียง”
หากระบุชื่อแพทย์ ต้องเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพจริง และต้องแสดงคำนำหน้าที่ถูกต้อง พร้อมเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
3) ห้ามใช้ภาพ Before–After บนป้าย
การใช้ภาพผลลัพธ์การรักษา เช่น Before–After ถือเป็นการโฆษณาที่อาจเข้าข่ายชวนเชื่อ และขัดต่อจริยธรรมทางการแพทย์แม้จะได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยแล้ว ก็ ไม่สามารถใช้ภาพดังกล่าวบนป้ายที่มองเห็นจากภายนอกได้
4) วัสดุและขนาดป้ายต้องปลอดภัย
ป้ายคลินิกควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ เช่น
- โครงสร้างแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
- ทนต่อฝน ลม และแสงแดด
- ขนาดต้องไม่เกินแบบที่ได้รับอนุญาต
5) หลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่ผิดกฎหมาย
ไม่ควรติดป้ายในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น
- พื้นที่สาธารณะ
- ผนังอาคารที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
- พื้นที่ที่กีดขวางทางเดินหรือทางฉุกเฉิน
- การติดตั้งควรอยู่ในตำแหน่งที่ ปลอดภัยและมองเห็นได้ชัดเจน
6) ต้องอัปเดตข้อมูลบนป้ายให้ถูกต้องเสมอ
หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น
- ชื่อคลินิก
- หมายเลขโทรศัพท์
- แพทย์ประจำคลินิก
ควรปรับปรุงป้ายให้ตรงกับข้อมูลล่าสุด และแจ้งแก้ไขกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและปัญหาทางกฎหมาย
7) ต้องชำระภาษีป้ายทุกปี
ป้ายที่แสดงชื่อหรือโลโก้กิจการ ต้องเสีย ภาษีป้ายประจำปี โดยปกติจะต้องยื่นแบบและชำระภาษี ภายในเดือนมกราคมของทุกปี หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง, คิดค่าปรับและเงินเพิ่ม
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ทัน ปัญหาการเปิดคลินิกยอดฮิตที่เจ้าของมักเจอจริง ตั้งแต่เรื่องงบประมาณ ระบบงานหลังบ้าน บุคลากร กฎหมาย ไปจนถึงการบริหารลูกค้า พร้อมแนวทางเตรียมรับมืออย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มต้น และทำให้การเปิดคลินิกเดินหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
คลิกอ่านต่อ : ปัญหาการเปิดคลินิกยอดฮิต ที่เจ้าของต้องเจอและเตรียมรับมือ
มาตรฐานป้ายคลินิก คือรายละเอียดเล็กที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ
การจัดการรายละเอียดของคลินิกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาต ระบบเอกสาร หรือแม้แต่ป้ายคลินิก คือพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลอย่างมืออาชีพ เพราะเมื่อคลินิกมีมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่โครงสร้างภายนอก ไปจนถึงระบบการบริหารภายใน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว
ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจคลินิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีเพียงการรักษาที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คลินิกที่สามารถบริหารจัดการข้อมูล การบริการ และระบบงานหลังบ้านได้อย่างเป็นระบบ จะมีความได้เปรียบในการเติบโตและขยายธุรกิจในระยะยาว
พร้อมยกระดับคลินิกของคุณให้ได้มาตรฐานตั้งแต่รายละเอียดเล็ก ๆ แล้วหรือยัง?
ปรึกษา ProClinic เพื่อวางระบบบริหารคลินิกที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นระบบ ตรวจสอบได้ และพร้อมเติบโตอย่างมืออาชีพ
คำถามที่พบบ่อย
ป้ายคลินิกต้องขออนุญาตไหม ?
ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) ต้องขออนุญาตติดตั้งป้ายจากสำนักงานเขต/เทศบาล
2) ต้องเสียภาษีป้าย ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510
3) ป้ายต้องใช้ชื่อคลินิกตรงตามที่จดทะเบียน
4) ต้องไม่ใช้ข้อความหรือภาพที่โอ้อวดหรือทำให้เข้าใจผิด
ข้อความบนป้ายคลินิกต้องมีอะไรบ้าง ?
1) ชื่อคลินิกที่ตรงกับชื่อที่จดทะเบียน
2) ประเภทของสถานพยาบาล เช่น คลินิกเวชกรรมหรือคลินิกเสริมความงาม
3) ชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ ถ้ามีกำหนดในใบอนุญาต
4) เลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
5) ต้องไม่มีข้อความโอ้อวด เกินจริง หรือหลอกลวง
6) ต้องไม่ใช้คำว่า “โรงพยาบาล” หรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรงพยาบาล
สามารถใส่รูป Before-After หรือข้อความชวนเชื่อบนป้ายได้ไหม ?
ไม่สามารถใส่รูป Before-After หรือข้อความชวนเชื่อบนป้ายคลินิกได้ เนื่องจากผิดระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข และ พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยเฉพาะ
1) ห้ามใช้รูป Before-After เพื่อโฆษณาผลลัพธ์ทางการแพทย์
2) ห้ามใช้ข้อความที่โอ้อวด เกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด เช่น “เห็นผลทันที” หรือ “สวยเหมือนดารา” เป็นต้น
3) สามารถใช้ป้ายเพื่อแสดงชื่อคลินิก ประเภทบริการ และข้อมูลพื้นฐานที่ไม่ชักชวนหรือโฆษณาเกินจริงได้
ป้ายโปรโมชัน เช่น ลดราคา แพ็กเกจพิเศษ ต้องขออนุญาตไหม ?
ป้ายโปรโมชัน เช่น ลดราคา หรือแพ็กเกจพิเศษ ต้องขออนุญาตจากเขต/เทศบาล หากเป็นการติดตั้งในที่สาธารณะหรือภายนอกอาคาร โดยเฉพาะกรณีที่เข้าข่าย “ป้ายโฆษณา” ตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามดังนี้
1) ขออนุญาตติดตั้งป้ายตามกฎหมายภาษีป้าย
2) ป้ายต้องไม่แสดงข้อความโอ้อวดหรือชวนเชื่อเกินจริง
3) หากเนื้อหามีลักษณะโฆษณาทางการแพทย์ ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน
ถ้าจะใส่ชื่อแพทย์บนป้ายต้องทำอย่างไร ?
1) ใช้ชื่อจริง-นามสกุลของแพทย์ พร้อมคำนำหน้า “แพทย์หญิง” หรือ “แพทย์ชาย”
2) ระบุเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (เช่น ว.12345) ให้ชัดเจน
3) ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพจากแพทยสภา และมีรายชื่อในระบบ
4) หากเป็นป้ายภายนอกอาคารหรือเข้าข่ายป้ายโฆษณา
- ต้องขออนุญาตติดตั้งป้ายจากเขต/เทศบาล
- เนื้อหาและขนาดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ภาษีป้าย
ขนาดของป้ายมีข้อกำหนดหรือไม่ ?
1) ตามกฎหมายภาษีป้าย (พ.ร.บ.ภาษีป้าย)
- ขนาดป้ายส่งผลต่ออัตราภาษีที่ต้องชำระ
- ขนาดมากกว่า 0.5 ตร.ม. ต้องยื่นแบบและเสียภาษีป้าย
- ยิ่งขนาดใหญ่อัตราภาษีจะยิ่งสูงตามพื้นที่ป้าย
2) ตามข้อกำหนดท้องถิ่น (เทศบาล/เขต)
- บางพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูง ความยาว ความกว้างของป้าย โดยเฉพาะป้ายติดหน้าร้าน/ริมถนน
- ต้องขออนุญาตก่อสร้าง/ติดตั้งป้าย หากติดภายนอกอาคารหรือมีโครงสร้างรองรับ
3) ตามกฎของกระทรวงสาธารณสุข (สำหรับสถานพยาบาล)
- ไม่มีระบุขนาดเป๊ะ แต่ต้องดูเหมาะสม ไม่เกินจริง และไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
- ห้ามมีลักษณะโอ้อวดหรือโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ใช้วัสดุอะไรก็ได้ไหม ?
ป้ายคลินิกควรเลือกวัสดุให้เหมาะสมตามกฎหมายและความปลอดภัย ได้แก่
- อะคริลิก/พลาสติกแข็ง ที่ทนทาน กันน้ำ ดูสะอาดเหมาะกับภาพลักษณ์คลินิก
- อลูมิเนียมคอมโพสิตที่มีความแข็งแรง ทนแดด กันสนิม อายุการใช้งานยาว
- สแตนเลส/โลหะพ่นสี ถ้าต้องการความหรูหรา และทนต่อสภาพอากาศ
ควรหลีกเลี่ยงวัสดุชั่วคราว เช่น ฟิวเจอร์บอร์ด ไวนิลบาง ๆ เพราะดูไม่มืออาชีพ และอาจผิดระเบียบกรณีติดตั้งถาวร หรือวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือแตกหักง่าย มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
หากไม่ขออนุญาตติดตั้งป้ายจะมีผลอย่างไร ?
1) ผลทางกฎหมาย
- ถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท
- ต้องเสียภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- ถูกสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขป้ายทันที
- มีความผิดซ้ำซ้อน หากป้ายมีเนื้อหาผิดกฎหมายหรือขัดต่อจริยธรรมวิชาชีพ
2) ผลกระทบต่อธุรกิจ
- สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับคลินิก
- อาจถูกตรวจสอบเอกสารหรือใบอนุญาตอื่น ๆ เพิ่มเติม
- มีผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและหน่วยงานรัฐ
Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.
Published on : May 08, 2025