เมื่อพูดถึงการเปิดคลินิก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเสริมความงามหรือสถานพยาบาลทั่วไป หลายคนมักให้ความสำคัญกับเรื่องใบอนุญาต การตลาด หรือการทำบัญชีเป็นอันดับแรก แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของคลินิกไม่ควรมองข้าม นั่นคือภาษีป้ายคลินิก ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ป้ายชื่อคลินิกหรือป้ายโฆษณาหน้าร้านไม่ได้เป็นเพียงสื่อบอกตัวตนของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้ายตามกฎหมาย หากละเลยหรือชำระไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดค่าปรับหรือภาษีย้อนหลังได้
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ ภาษีป้ายคลินิกปี 2569 ตั้งแต่ความหมายของภาษีป้าย ป้ายประเภทใดต้องเสียภาษี ป้ายแบบไหนได้รับการยกเว้น รวมถึงวิธีคำนวณและขั้นตอนการชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จัดการภาษีและธุรกิจคลินิกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ในวันที่กฎหมายและต้นทุนธุรกิจมีรายละเอียดมากขึ้น คลินิกที่ได้เปรียบคือคลินิกที่จัดการข้อมูล รายรับ และลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ ProClinic ช่วยลดความซับซ้อนของงานหลังบ้าน ตั้งแต่การจัดการข้อมูลลูกค้า การติดตามรายได้ ไปจนถึง CRM ที่ช่วยเพิ่มการกลับมาใช้บริการซ้ำ
ภาษีป้าย คืออะไร ?
ภาษีป้าย คือ ภาษีท้องถิ่นที่เรียกเก็บจากผู้ที่ติดตั้งป้ายแสดงชื่อ สัญลักษณ์ โลโก้ หรือข้อความโฆษณา ซึ่งแสดงต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกอาคาร ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด หรือที่รู้จักกันในชื่อ พ.ร.บ. ภาษีป้าย สำหรับคลินิกที่มีการติดป้ายชื่อคลินิก โลโก้ หรือข้อความโปรโมตใด ๆ จำเป็นต้องยื่นแบบและเสียภาษีป้ายให้ถูกต้อง เพราะถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าในการโฆษณาหรือบ่งบอกการให้บริการภายใต้กฎหมาย
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการคลินิกเข้าใจ มาตรฐานป้ายคลินิกที่ต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง ตั้งแต่รูปแบบข้อความ ขนาด ตัวอักษร ไปจนถึงข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดความเสี่ยงจากการฝ่าฝืนกฎ ระเบียบ และสร้างความน่าเชื่อถือให้คลินิกตั้งแต่ภาพลักษณ์ภายนอก
คลิกอ่านต่อ : มาตรฐานป้ายคลินิกที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม มีอะไรบ้าง
ป้ายแบบใดบ้างที่ต้องเสียภาษี ?
แม้ป้ายหน้าคลินิกจะดูเป็นแค่สื่อประชาสัมพันธ์ธรรมดา แต่ในทางกฎหมายแล้วป้ายที่มีลักษณะเข้าข่ายตามที่ระบุไว้ใน พระราชบัญญัติภาษีป้าย ถือว่าต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นป้ายชื่อสถานประกอบการ ป้ายที่มีโลโก้ หรือป้ายที่มีการโฆษณาแฝง สำหรับคลินิกที่มีป้ายติดหน้าร้าน หรือภายในสถานที่ที่มองเห็นได้จากภายนอก ก็จะต้องมีการชำระภาษีป้ายคลินิกอย่างถูกต้อง
- ป้ายชื่อคลินิกที่ติดภายนอกอาคาร
- ป้ายโฆษณาบริการรักษา เสริมความงาม หรือโปรโมชัน
- ป้ายไฟ LED หรือป้ายไวนิลที่มีชื่อธุรกิจหรือข้อความโฆษณา
- ป้ายที่แสดงชื่อบริษัทนิติบุคคลหรือใช้ตัวอักษรไทย/อังกฤษ
- ป้ายที่มีรูปภาพ โลโก้ และข้อความในลักษณะโฆษณา

PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า โลโก้คลินิกมีความสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์และการจดจำแบรนด์มากกว่าที่คิด ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบโลโก้ให้สื่อสารตัวตนคลินิก การเลือกสี ฟอนต์ และสัญลักษณ์ ไปจนถึงการนำโลโก้ไปใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทาง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้าจดจำคลินิกของคุณได้ตั้งแต่แรกเห็น
คลิกอ่านต่อ : โลโก้คลินิก ใครว่าไม่สำคัญ สร้างภาพลักษณ์การจดจำต้องทำยังไง
ป้ายที่ได้รับการยกเว้นการภาษีป้าย มีแบบไหนบ้าง ?
แม้ว่าป้ายส่วนใหญ่ที่ใช้ในการแสดงชื่อหรือโฆษณาธุรกิจจะต้องเสียภาษีป้ายตามกฎหมาย แต่ก็มีป้ายบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้าย เนื่องจากไม่ได้มีลักษณะเป็นการโฆษณาทางการค้า หรือไม่ได้ส่งผลต่อการประชาสัมพันธ์ธุรกิจโดยตรง ซึ่งป้ายที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีป้าย มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
- ป้ายที่ติดอยู่ภายในอาคารและไม่เห็นจากภายนอก
- ป้ายที่แสดงเพียงชื่อเจ้าของโดยไม่มีคำโฆษณา
- ป้ายที่แสดงชื่อหน่วยงานของรัฐ
- ป้ายที่ใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลหรือกิจกรรมของรัฐ
- ป้ายที่มีอักษรต่างประเทศล้วน แต่ไม่มีคำภาษาไทยเลย
5 ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย
การชำระภาษีป้ายสำหรับคลินิกหรือธุรกิจประเภทอื่น ๆ ที่มีการติดตั้งป้ายที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ตกหล่น ไม่เสี่ยงโดนค่าปรับย้อนหลัง และบริหารธุรกิจได้อย่างราบรื่น มาดูกันว่าขั้นตอนการยื่นและชำระภาษีป้ายคลินิก มีอะไรที่ต้องทำบ้าง
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้เจ้าของคลินิกและทีมการตลาดเข้าใจ การโฆษณาคลินิกความงามอย่างถูกกฎหมายและได้ผลจริงในปี 2026 ตั้งแต่ข้อกำหนดที่ต้องรู้ สิ่งที่โฆษณาได้–ไม่ได้ แนวทางสื่อสารอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการวางกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยเพิ่มยอดลูกค้าโดยไม่เสี่ยงโดนร้องเรียนหรือถูกลงโทษทางกฎหมาย
คลิกอ่านต่อ : คู่มือโฆษณาคลินิกความงามอย่างไรให้ถูกกฎหมายและได้ผล ปี 2026
1) การเตรียมเอกสาร
- สำเนาทะเบียนบ้านของสถานประกอบการ
- สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของป้ายหรือผู้มีอำนาจ
- รูปถ่ายของป้ายที่ติดตั้งจริง ซึ่งควรเห็นขนาดและข้อความชัดเจน
- หลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์หรือเอกสารสิทธิของสถานที่
- เอกสารยืนยันขนาดของป้าย เช่น แบบสเกล หรือใบเสนอราคาจากบริษัทผลิตป้าย
2) การยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ป.1)
- ยื่นแบบ ภ.ป.1 ต่อสำนักงานเขตหรือเทศบาล/อบต. ที่ป้ายตั้งอยู่
- ควรยื่นภายในเดือนมกราคมของทุกปี หรือภายใน 15 วันหลังติดตั้งป้ายใหม่
3) การประเมินภาษี
- เจ้าหน้าที่จะพิจารณารายละเอียดของป้าย ขนาด ลักษณะ และภาษาเพื่อประเมินอัตราภาษี
- หากมีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่อาจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
4) การชำระเงิน
- หลังจากได้รับหนังสือประเมินภาษี ต้องชำระภาษีภายใน 15 วัน
- สามารถชำระที่สำนักงานเขต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุ
5) การเก็บใบเสร็จ
- เก็บใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานทางบัญชีและเพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง
- ใบเสร็จสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นภาษีประจำปีหรือใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้
อัตราภาษีป้ายคิดยังไง ?
ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม การคำนวณภาษีป้ายจะขึ้นอยู่กับขนาด รูปแบบ และเนื้อหาของป้าย โดยแบ่งอัตราภาษีออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

อัตราภาษีป้ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
ประเภทที่ 1 ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน มีอัตราภาษีอยู่ที่ 5 หรือ 10 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
ประเภทที่ 2 ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับต่างประเทศหรือมีภาพ มีอัตราภาษีอยู่ที่ 26 และ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
ประเภทที่ 3 ป้ายที่มีเฉพาะอักษรต่างประเทศหรือภาพเท่านั้น มีอัตราภาษีอยู่ที่ 50 และ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
กรณีป้ายพิเศษ
1) ป้ายมีแสงไฟ จะคิดเพิ่ม 10% จากอัตราปกติ
2) ป้ายเปลี่ยนข้อความอัตโนมัติ จะคิดเพิ่ม 20%
การคำนวณภาษีป้าย
หลายคนอาจรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูยุ่งยาก น่าปวดหัว เพราะเกี่ยวข้องกับตัวเลข ขนาดป้าย และประเภทภาษา แต่ความจริงแล้ว การคำนวณภาษีป้ายไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากเข้าใจหลักการเบื้องต้นและรู้สูตรที่ถูกต้อง คุณสามารถประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ง่าย ๆ มาสูตรวิธีการคำนวณกัน
วิธีคำนวณภาษีป้ายคลินิก
มีสูตรคำนวณเบื้องต้น คือ ภาษีป้าย = (พื้นที่ป้ายที่คิดเป็น ตร.ซม. ÷ 500) × อัตราภาษี
ตัวอย่าง
- ป้ายขนาด 200 ซม. x 100 ซม. = 20,000 ตร.ซม.
- 20,000/500 = 40 หน่วย
- หากเป็นป้ายมีภาษาไทยปนอังกฤษ = 40 x 20 = 800 บาท
- หากมีไฟ = 800 + 10% = 880 บาท
การผ่อนชำระภาษีป้าย และการคืนภาษีป้าย
แม้ภาษีป้ายจะเป็นภาระที่เจ้าของธุรกิจต้องจัดการทุกปี แต่รู้หรือไม่ว่า สามารถขอผ่อนชำระภาษีป้ายได้ หากมีเหตุจำเป็น หรือหากชำระเกินยังสามารถขอคืนภาษีป้ายได้ตามขั้นตอนที่กำหนด มาดูเงื่อนไขและวิธีดำเนินการง่าย ๆ กัน

การผ่อนชำระภาษีป้าย
- สามารถยื่นคำร้องขอผ่อนชำระได้ที่เขต/อบต. ของที่ตั้งคลินิก
- แสดงเหตุผล เช่น ปรับปรุงกิจการ หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจ
การคืนภาษีป้าย
- ในกรณีเลิกกิจการ ย้ายป้าย หรือลดขนาดป้ายก่อนครบปี
- ต้องแจ้งภายใน 15 วัน และแนบหลักฐานขอคืนเงินส่วนเกิน
โทษของการละเลย หลีกเลี่ยงการยื่นแบบและชำระภาษี
การละเลยหรือหลีกเลี่ยงการยื่นแบบและชำระภาษี อาจนำไปสู่โทษปรับทางกฎหมายและดอกเบี้ยจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและความน่าเชื่อถืออย่างคาดไม่ถึง มาทำความเข้าใจว่าผลเสียจากการไม่ทำหน้าที่ภาษีอย่างถูกต้อง มีอะไรบ้าง

กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1)
- ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
กรณียื่นแบบไม่ถูกต้อง
- ปรับ 5,000 - 50,000 บาท
กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา
- คิดเบี้ยปรับเพิ่ม 2% ต่อเดือน
- หากเกิน 90 วัน อาจโดนฟ้องร้องทางแพ่ง
กรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี
- โทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีไม่ยื่นแบบโดยเจตนา
- ถือว่ามีความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
การจัดการภาษีป้ายคลินิกอย่างถูกต้องคืออีกหนึ่งพื้นฐานของการบริหารธุรกิจ
ภาษีป้ายคลินิกเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามและคลินิกทั่วไปควรให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องทั้งด้านกฎหมายและต้นทุนของกิจการ การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย และชำระภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากค่าปรับ และทำให้การบริหารค่าใช้จ่ายของคลินิกเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งหากคลินิกมีระบบบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจ รายรับรายจ่าย และรายงานต่าง ๆ ที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถควบคุมต้นทุน วางแผนการเงิน และดูแลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บริหารคลินิกให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมระบบที่ช่วยจัดการธุรกิจได้ง่ายขึ้น
การทำธุรกิจคลินิกไม่ได้มีแค่เรื่องการรักษา แต่ยังต้องจัดการเรื่องกฎหมาย ภาษี และข้อมูลธุรกิจให้เป็นระบบ ProClinic ช่วยให้เจ้าของคลินิกจัดการข้อมูลลูกค้า รายรับรายจ่าย และรายงานธุรกิจได้ในที่เดียว
คำถามที่พบบ่อย
ป้ายคลินิกต้องเสียภาษีไหม
ควรยื่นภาษีป้ายที่สำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่ภายใน 15 วันหลังติดตั้ง ตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย โดยป้ายที่ต้องเสียภาษี มีลักษณะดังนี้
1) มีข้อความ ชื่อคลินิก โลโก้ หรือสื่อโฆษณา
2) ติดตั้งในที่สาธารณะหรือมองเห็นจากภายนอก
3) ใช้วัสดุถาวร เช่น ป้ายไวนิล ป้ายอะคริลิก ป้ายไฟ
4) ไม่ใช่ป้ายที่ติดภายในอาคารที่คนภายนอกมองไม่เห็น
คลินิกควรใช้ป้ายสีอะไร
ตามกฎกระทรวงสถานพยาบาล พ.ศ. 2558 ได้กำหนดสีของตัวอักษรบนป้ายชื่อคลินิกให้สอดคล้องกับประเภทของสถานพยาบาล เพื่อความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ดังนี้
สีของตัวอักษรบนป้ายคลินิกตามประเภท
1) คลินิกเวชกรรม: ตัวอักษรสีเขียว
2) คลินิกทันตกรรม: ตัวอักษรสีม่วง
3) คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์: ตัวอักษรสีฟ้า
4) คลินิกการแพทย์แผนไทย: ตัวอักษรสีน้ำเงิน
5) คลินิกเทคนิคการแพทย์: ตัวอักษรสีเลือดหมู
6) คลินิกกายภาพบำบัด: ตัวอักษรสีชมพู
7) คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์: ตัวอักษรสีทอง
และโดยทั่วไปพื้นหลังของป้ายควรเป็นสีขาว เพื่อให้ตัวอักษรที่มีสีตามประเภทของคลินิกโดดเด่นและอ่านง่าย
ค่าภาษีป้ายร้านค้ามีอัตราเท่าไหร่
- ประเภทที่ 1 ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน มีอัตราภาษีอยู่ที่ 5 หรือ 10 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
- ประเภทที่ 2 ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับต่างประเทศ หรือมีภาพ มีอัตราภาษีอยู่ที่ 26 และ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
- ประเภทที่ 3 ป้ายที่มีเฉพาะอักษรต่างประเทศหรือภาพเท่านั้น มีอัตราภาษีอยู่ที่ 50 และ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
ป้ายแบบไหนไม่เสียภาษี 2569
1) ป้ายที่ติดอยู่ภายในอาคารและไม่เห็นจากภายนอก
2) ป้ายที่แสดงเพียงชื่อเจ้าของโดยไม่มีคำโฆษณา
3) ป้ายที่แสดงชื่อหน่วยงานของรัฐ
4) ป้ายที่ใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลหรือกิจกรรมของรัฐ
5) ป้ายที่มีอักษรต่างประเทศล้วน แต่ไม่มีคำภาษาไทยเลย
ต้องจ่ายภาษีป้ายเมื่อไหร่
กำหนดการยื่นแบบและชำระภาษีป้ายประจำปี 2569
1) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569
2) ชำระภาษีภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษี
หากติดตั้งป้ายใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงป้ายที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมหลังเดือนมีนาคม 2569 ควรยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับจากวันที่ติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงป้าย
ภาษีป้าย 2569 หมดเขตวันไหน
ภาษีป้ายประจำปี 2569 หมดเขตยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 แต่ในกรณีที่ต้องชำระภาษีภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2569 เมื่อมีการติดตั้งป้ายใหม่หรือเปลี่ยนแปลงป้ายที่ต้องเสียภาษี ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับจากวันที่ติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงป้าย
Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.
Published on : May 08, 2025