ในโลกของธุรกิจคลินิกความงามที่มีการแข่งขันสูง ความแม่นยำในการรักษาและการให้บริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Service) กลายเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความแตกต่างและสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ
แต่เดิมการบันทึกตำแหน่งหัตถการมักอาศัยการวาดมือลงบนแผ่นกระดาษหรือจดโน้ตทั่วไป ซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งความไม่ชัดเจน ขาดมาตรฐาน และยากต่อการติดตามผลย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ คลินิกความงามยุคใหม่จึงหันมาใช้ ระบบ Face Chart หรือแผนภาพใบหน้าดิจิทัล ที่เข้ามาเปลี่ยนโหมดการทำงานให้ละเอียดและเป็นระบบมากขึ้น
โดยเฉพาะหัตถการที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูงและเกี่ยวข้องกับจุดสำคัญบนใบหน้า เช่น
- ระบบบันทึกจุดฉีด Botox และ Filler (โบท็อกซ์และฟิลเลอร์)
- การทำ Meso Fat และโปรแกรม Lifting ต่างๆ
- หัตถการที่ต้องระวังเส้นประสาทและกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
การใช้ โปรแกรม Face Chart ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทีมแพทย์บันทึกตำแหน่งการรักษาได้ง่ายผ่านหน้าจอ iPad หรือแท็บเล็ตด้วยการทำ Face mapping เท่านั้น แต่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแนบเข้าสู่ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) โดยอัตโนมัติ ช่วยให้การรักษาต่อเนื่องและเป็นมืออาชีพ
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Face Chart คลินิก คืออะไร? ทำไม โปรแกรมคลินิกรองรับ Face Chart ถึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์การรักษา และช่วยให้คลินิกของคุณก้าวล้ำคู่แข่งได้อย่างแท้จริง
เปลี่ยนการวาดกระดาษแบบเดิมๆ สู่ความแม่นยำระดับดิจิทัล!
ยกระดับมาตรฐานการรักษาด้วย ระบบ Face Chart คลินิกความงาม จาก ProClinic ที่ช่วยให้ทุกการบันทึกหัตถการไม่ว่าจะเป็น Botox, Filler หรือ Meso Fat แม่นยำและตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% [ปรึกษาเรา คลิก!] สร้างความประทับใจและความมั่นใจให้คนไข้ว่าคุณดูแลเขาอย่างละเอียดที่สุด
Face Chart คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรมบันทึกหัตถการยุคใหม่

Face Chart คือ แผนภาพใบหน้ามนุษย์แบบดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือบันทึกตำแหน่งหัตถการในคลินิกความงามและเวชกรรมเฉพาะทางโดยเฉพาะ ช่วยให้แพทย์สามารถเขียน วาด หรือระบุจุดที่ทำการรักษาได้อย่างแม่นยำผ่านอุปกรณ์พกพาอย่าง iPad หรือแท็บเล็ต
การเปลี่ยนมาใช้ โปรแกรม Face Chart แทนการวาดลงบนกระดาษแบบเดิม ช่วยแก้ปัญหาที่คลินิกส่วนใหญ่เคยเจอ เช่น ลายมือแพทย์อ่านยาก เอกสารสูญหาย หรือความละเอียดของแผนผังที่ไม่เพียงพอ โดยระบบนี้จะเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานดังนี้:
- มุมมองรอบด้าน (Multi-Perspective Mapping) ช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพรวมใบหน้าคนไข้ได้ทุกมิติ ทั้งด้านหน้า ซ้าย ขวา และด้านเฉียง เพื่อทำการ Face mapping สำหรับหัตถการ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- ระบบบันทึกจุดฉีด Botox & Filler แม่นยำ ระบุจุดฉีด โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ หรือ Meso Fat ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมบันทึกรายละเอียดชนิดของยา ปริมาณ Unit ที่ใช้ และเทคนิคเฉพาะตัวของแพทย์อย่างละเอียด
- เชื่อมต่อ EMR อัตโนมัติ ข้อมูลจาก Face Chart จะถูกแนบเข้าสู่ระบบเวชระเบียนของผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ ทำให้สะดวกในการดึงข้อมูลมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ย้อนหลังเมื่อคนไข้กลับมาทำซ้ำในครั้งถัดไป
- ลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร สร้างมาตรฐานเดียวกันระหว่างแพทย์และทีมงาน ลดความเสี่ยงในการจำจุดฉีดผิด หรือการใช้เทคนิคที่ไม่สอดคล้องกับประวัติเดิม
- ความปลอดภัยข้อมูลตามมาตรฐาน PDPA ระบบ Face Chart ที่ดีจะมีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และระบบ Log-in เฉพาะบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าประวัติใบหน้าของคนไข้จะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย ไม่รั่วไหล และเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
บทความนี้จะช่วยให้เจาะลึกความแตกต่างระหว่างข้อมูลทั่วไปและข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data), วิธีการขอความยินยอมจากคนไข้อย่างถูกวิธี โปร่งใส และตรวจสอบได้ และ เทคนิคการโพสต์รูปภาพก่อน-หลังทำ (Before-After) ลงโซเชียลมีเดียอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง คลิกอ่านต่อ : PDPA คลินิกคืออะไร ควรจัดการข้อมูลอย่างไรให้มืออาชีพ
ทำไมคลินิกความงามยุคใหม่ต้องใช้ระบบ Face Chart ?

การเปลี่ยนจากกระดาษมาสู่ ระบบ Face Chart ไม่ใช่เพียงแค่การตามเทรนด์ดิจิทัล แต่คือการลงทุนเพื่อมาตรฐานการรักษา และความพึงพอใจของคนไข้ ดังนี้
- ความแม่นยำสูงสุด ระบุตำแหน่งหัตถการได้ตามกายวิภาค (Anatomy) ช่วยลดความเสี่ยงในการฉีดผิดจุด
- รักษาได้อย่างต่อเนื่อง แพทย์สามารถดึง ประวัติส่วนตัวผู้ป่วย มาเปรียบเทียบผลลัพธ์ย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว
- ลดข้อร้องเรียน (Complain) มีหลักฐานการรักษาที่ชัดเจนและเป็นระบบ ช่วยปกป้องคลินิกและสร้างความโปร่งใส
- ยกระดับภาพลักษณ์ เสริมความเป็นมืออาชีพ (Smart Clinic) และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ระดับพรีเมียม
- การสื่อสารที่ไร้รอยต่อ เป็นเครื่องมือกลางที่ช่วยให้แพทย์ พนักงาน และคนไข้ เข้าใจแผนการรักษาตรงกัน
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
คลินิกยุคดิจิทัล เปลี่ยนการบริหารแบบเดิม สู่การบริการที่เหนือระดับ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า การนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ จะช่วยขับเคลื่อนคลินิกให้ก้าวล้ำกว่าเดิมได้อย่างไร คลิกอ่านต่อ : คลินิกยุคดิจิทัล ช่วยยกระดับการบริการที่เหนือกว่าได้อย่างไร
ตัวอย่างการใช้งาน Face Chart ในสถานการณ์จริง

การใช้ Face mapping สำหรับหัตถการ ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้เห็นภาพชัดเจน นำไปสู่ผลลัพธ์ที่แม่นยำในทุกบริการ
1. การฉีด Botox และ Filler
แพทย์สามารถใช้ ระบบบันทึกจุดฉีด Botox เพื่อระบุรายละเอียดได้ถึงระดับ Micro
- ระบุจุดที่ฉีดบริเวณ Glabella (ระหว่างคิ้ว) พร้อมระบุจำนวนยูนิตที่ใช้ชัดเจน
- วาดขอบเขตบริเวณ Nasolabial Fold สำหรับการฉีด Filler พร้อมบันทึกชนิดของผลิตภัณฑ์และเทคนิค เช่น Linear Threading หรือ Microdroplet
2. การทำ Meso Fat และโปรแกรมสลายไขมัน
Face Chart คลินิก ช่วยจัดการการฉีดสลายไขมันบริเวณแก้มหรือใต้คาง (Wattle) ได้ละเอียดขึ้น
- ใช้ Stylus วาดจุดกระจายตัวยาบนแผนผังใบหน้าคนไข้
- บันทึกปริมาณตัวยาที่ใช้ เพื่ออ้างอิงและเปรียบเทียบผลลัพธ์การลดลงของไขมันในนัดครั้งถัดไป

3. การทำเลเซอร์และทรีตเมนต์เฉพาะจุด
สำหรับเคสรักษาฝ้า รอยดำ หรือสิวอักเสบ โปรแกรม Face Chart ช่วยให้ระบุตำแหน่งปัญหาผิวได้ไม่คลาดเคลื่อน
- บันทึกว่ารอยดำจุดใดใช้เครื่องเลเซอร์ชนิดไหน และใช้ค่าพลังงาน (Energy) เท่าไหร่
- ติดตามจำนวนช็อต (Shots) ที่ใช้ในแต่ละครั้งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
4. การวางแผนหัตถการร่วมกันในทีมแพทย์
ในกรณีที่คนไข้ดูแลโดยแพทย์หลายท่าน โปรแกรมคลินิกรองรับ Face Chart จะช่วยให้
- แพทย์ท่านใหม่สามารถดูประวัติการวาดจุดย้อนหลังได้ทันที ลดการตีความหมายผิดจากตัวอักษร
- เปรียบเทียบภาพก่อน-หลัง เพื่อวิเคราะห์และวางแผนหัตถการในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ
ฟีเจอร์เด่นที่ควรมีในระบบ Face Chart มาตรฐานสากล

การเลือก โปรแกรม Face Chart ที่ดี ไม่ใช่แค่การมีภาพใบหน้า แต่ต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์ทำงานได้ละเอียดและรวดเร็ว นี่คือฟีเจอร์สำคัญที่ ProClinic แนะนำ
1. ภาพใบหน้าหลายมิติ (Multi-Angle Visualization)
รองรับมุมมองหน้าตรง ด้านข้างซ้าย-ขวา และมุมเฉียง 45 องศา เพื่อความแม่นยำในการวางแผน Face Mapping ได้ครบทุกมิติ
2. เครื่องมือวาดและไฮไลต์อัจฉริยะ (Smart Drawing Tools)
ใช้สัญลักษณ์ สี หรือปากกาเพื่อระบุจุดฉีด จุดเลเซอร์ หรือบริเวณที่ต้องการแก้ไขเฉพาะจุดได้อย่างอิสระ
3. ระบบบันทึกรายละเอียดเชิงลึก (Treatment Annotation)
สามารถแนบคำอธิบายเพิ่มเติมในแต่ละจุดได้ทันที เช่น ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ (Brand), ปริมาณ Unit/CC ที่ใช้ หรือเทคนิคเฉพาะทางที่ใช้ในจุดนั้นๆ
4. ซิงค์ข้อมูลกับเวชระเบียนอัตโนมัติ (Auto-Sync EMR)
ข้อมูลจาก Face Chart จะถูกบันทึกเข้าสู่ ข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาอัปโหลดแยก ช่วยให้การดึงประวัติย้อนหลังทำได้ในคลิกเดียว
5. ความละเอียดสูงและการซูมเฉพาะจุด (Precision Zoom & Pan)
รองรับการซูมเข้า-ออก เพื่อระบุตำแหน่งในพื้นที่ละเอียดอ่อน เช่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องแก้ม หรือมุมปาก
6. ออกแบบมาเพื่อแท็บเล็ตและ Stylus (Stylus Optimized)
ตอบโจทย์การใช้งานจริงของแพทย์ด้วยระบบที่รองรับแรงกดปากกา Stylus บน iPad หรือ Tablet มอบประสบการณ์การเขียนที่ลื่นไหลเหมือนวาดบนกระดาษ
7. ระบบเปรียบเทียบ Before-After (Visual Comparison)
ทำงานควบคู่กับระบบจัดเก็บภาพถ่าย เพื่อเปรียบเทียบภาพจริงกับแผนผัง Face Chart ช่วยให้วิเคราะห์ผลลัพธ์หลังทำหัตถการได้อย่างชัดเจน
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์เปิดคลินิกที่จำเป็นมีอะไรบ้าง? บทความนี้สรุปรายการสิ่งของที่จำเป็นสำหรับว่าที่เจ้าของคลินิกมือใหม่ไว้อย่างครบถ้วน คลิกอ่านต่อ : เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์เปิดคลินิกที่จำเป็นมีอะไรบ้าง

ใช้งานง่ายบน iPad หรือ PC
- ใช้งานง่ายบน iPad หรือ PC ระบบ Face chart ของ ProClinic รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งบน iPad หรือแท็ปเล็ต ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะอยู่หน้าห้องตรวจหรือห้องหัตถการ
- เขียนหรือวาดตำแหน่งบนใบหน้าได้อย่างอิสระบบจอด้วย Stylus/Touch เสมือนการวาดลงกระดาษจริง รองรับการระบุข้อมูลประกอบ เช่น ชื่อยา ปริมาณ หรือวันนัด โดยการบันทึกผ่าน Face chart จะถูกจัดเก็บร่วมกับประวัติการรักษาผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ สามารถเปิดดูภายหลังได้ทันทีในหน้าเวชระเบียน โดยไม่ต้องแยกจัดเก็บหรือค้นหาแยกจากกัน
- รองรับการดูย้อนหลัง โดยเปรียบเทียบครั้งก่อน–ปัจจุบัน รวมทั้งดูประวัติคนไข้ย้อนหลังจากหลาย ๆ ครั้ง เพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงหลังการรักษา และวางแผนหัตถการในครั้งต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปลอดภัยตามมาตรฐาน PDPA พร้อมระบบล็อกอิน ที่ทุกข้อมูลจะได้รับการเข้ารหัสและจัดเก็บภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูง ตรวจสอบประวัติการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลของผู้ใช้งาน และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย PDPA อย่างรัดกุม
ใช้ Face Chart กับบริการอะไรได้บ้าง ?

ระบบ Face Chart สามารถใช้งานร่วมกับบริการหลากหลายประเภทในคลินิกความงาม ไม่ว่าจะเป็น
- โบท็อกซ์
- ฟิลเลอร์
- เมโสแฟต (Meso Fat)
- HIFU/RF
- เลเซอร์ (Laser)
- ร้อยไหม
- ทรีตเมนต์เฉพาะจุด
โดยทุกบริการเหล่านี้ล้วนต้องการ Face mapping สำหรับหัตถการที่แม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป๊ะตรงตามความคาดหวัง และมาตรฐานการรักษา รวมทั้งยังสามารถติดตามผลได้

สรุป
จากเดิมที่คลินิกความงามใช้การวาดตำแหน่งหัตถการด้วยมือบนกระดาษ ซึ่งเสี่ยงต่อการผิดพลาดและสูญหาย ปัจจุบันการใช้ระบบ Face Chart หรือโปรแกรม Face Chart ได้เข้ามาช่วยให้การบันทึกเป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น นอกจากความแม่นยำแล้วยังรองรับการดูย้อนหลัง เปรียบเทียบผลลัพธ์ และเก็บเป็นหลักฐานทางการแพทย์อย่างครบถ้วน
อาจเรียกได้ว่า การมีระบบ Face Chart คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คลินิกความงามสามารถบันทึกและติดตามการทำหัตถการได้อย่างมืออาชีพ ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์การรักษาที่ได้ผลดีจริง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือบริการอื่น ๆ ที่พร้อมเชื่อมต่อกับระบบเวชระเบียนของคนไข้แบบอัตโนมัติ รองรับ PDPA และมาตรฐานความปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
Face Chart ใช้กับคลินิกขนาดเล็กได้ไหม ?
สามารถใช้ได้และใช้งานง่าย โดยระบบ Face Chart จากผู้ให้บริการอย่าง ProClinic ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งบน iPad และ PC รองรับ Stylus หรือ Touch ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ซับซ้อน จึงเหมาะกับคลินิกขนาดเล็กที่มีบุคลากรจำกัด
สามารถ Export ข้อมูล Face Chart ได้หรือไม่ ?
Export ได้เป็นไฟล์ภาพ (Image/PDF) ภาพที่วาดลงใน Face Chart พร้อมข้อมูลประกอบสามารถ Export เพื่อแนบในรายงานหรือใช้สำหรับอ้างอิงได้
ระบบ Face Chart รองรับการใช้งานร่วมกับแพทย์หลายคนหรือไม่ ?
- ใช้ร่วมกันได้หลายบัญชีผู้ใช้ (Multi-user Access) แพทย์แต่ละคนสามารถล็อกอินด้วยบัญชีของตัวเอง และใช้งาน Face Chart บนระบบเดียวกันได้
- แยกประวัติชัดเจนในเวชระเบียน ข้อมูลการวาด Face Chart ของแต่ละแพทย์จะถูกบันทึกแยกตามคนไข้ พร้อมชื่อผู้ใช้งานและวันเวลา เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
- รองรับการทำงานแบบทีม แพทย์และทีมพยาบาลสามารถดูภาพ Face Chart ที่บันทึกไว้ได้ร่วมกัน เพื่อการประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- ระบบ Log ตรวจสอบการเข้าถึง บันทึกการเข้าใช้งานของแต่ละบัญชี พร้อมรองรับความปลอดภัยตามมาตรฐาน PDPA
ข้อมูล Face Chart เก็บไว้นานแค่ไหน ?
- จัดเก็บแบบระยะยาว (Long-term storage) ข้อมูลจะไม่ถูกลบโดยอัตโนมัติ
- แนบกับเวชระเบียนอย่างถาวร Face Chart จะถูกผูกเข้ากับประวัติคนไข้แต่ละรายในระบบเวชระเบียน
- มีระบบสำรองข้อมูล (Backup) ข้อมูลทั้งหมดรวมถึง Face Chart จะถูกสำรองไว้บนระบบ Cloud หรือ Server
- สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ตามแนวทางที่ปลอดภัย และเคารพสิทธิ์ของคนไข้
Face Chart ปลอดภัยตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ ?
- มีการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)
- ระบบกำหนดสิทธิ์เข้าถึง (Access Control)
- ระบบบันทึก Log-in การใช้งาน
- รองรับคำขอของผู้ป่วยตาม PDPA
- ระบบมีฟังก์ชันรองรับการจัดการคำขอเหล่านี้อย่างถูกต้อง
Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.
Published on : May 10, 2025