คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ

คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ

21 ธันวาคม 2568 เทคนิคบริหารคลินิก 2,527เข้าชม

การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ของคลินิกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษา ความปลอดภัยของผู้ป่วย และต้นทุนการดำเนินงาน หากระบบสต็อกไม่แม่นยำหรือขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดปัญหายาขาด ยาเกิน ยาหมดอายุ หรือการสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการ แต่ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและกำไรของคลินิกในระยะยาว การจัดการคลังยาอย่างเป็นระบบจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารคลินิกอย่างมืออาชีพ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแนวทางบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ตั้งแต่การตรวจสอบสต็อกอย่างสม่ำเสมอ การแยกล็อตและควบคุมวันหมดอายุ การวางแผนจัดซื้อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ไปจนถึงการใช้ระบบช่วยติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คลินิกสามารถควบคุมต้นทุน ลดความสูญเสีย เพิ่มความปลอดภัยในการให้บริการ และตรวจสอบข้อมูลได้อย่างแม่นยำครบถ้วน รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


  บริหารคลังยาให้แม่น ลดต้นทุนและความเสี่ยงระยะยาว

เวชภัณฑ์เป็นทั้งต้นทุนและความปลอดภัยของผู้ป่วย คลินิกที่ได้เปรียบต้องบริหารสต็อกอย่างเป็นระบบ ให้ ProClinic ช่วยติดตามล็อตยา วันหมดอายุ แบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมต้นทุน และลดความสูญเสีย



วิธีการจัดเก็บและควบคุมคุณภาพยา

การจัดเก็บยาอย่างถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นของคลังยาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย คลินิกความงามต้องให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บ เนื่องจากยาหลายชนิดไวต่ออุณหภูมิ แสง และความชื้น หากเก็บไม่เหมาะสมอาจทำให้คุณภาพยาเสื่อม ประสิทธิภาพลดลง และส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาโดยตรง การจัดเก็บอย่างเป็นระบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความเรียบร้อย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยง และรองรับการตรวจสอบตามมาตรฐานสถานพยาบาล

ควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บ

ควรจัดเก็บยาในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิคงที่ เหมาะสมกับข้อกำหนดของยาแต่ละชนิด เช่น ยาที่ต้องแช่เย็นควรอยู่ในตู้เย็นเฉพาะสำหรับยา พร้อมมีเครื่องวัดอุณหภูมิและการบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสื่อมของตัวยา

ป้องกันแสงและความชื้น

ยาบางประเภทไวต่อแสงหรือความชื้น จึงควรเก็บในภาชนะทึบแสงหรือพื้นที่ที่ไม่โดนแสงโดยตรง รวมถึงควบคุมความชื้นในห้องเก็บยาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ

แยกประเภทและจัดวางอย่างเป็นระบบ

ควรแยกยาและเวชภัณฑ์ตามประเภท รูปแบบการใช้งาน หรือความเสี่ยง เช่น ยาฉีด ยาทา ยารับประทาน รวมถึงแยกยาที่ต้องควบคุมพิเศษออกจากยาทั่วไป การจัดวางอย่างชัดเจนช่วยลดความผิดพลาดในการหยิบใช้และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน

ควบคุมวันหมดอายุและระบบ First-Expire-First-Out (FEFO)

ควรจัดเรียงยาโดยให้รายการที่หมดอายุก่อนอยู่ด้านหน้า เพื่อให้ถูกนำไปใช้ก่อน (FEFO) พร้อมตรวจสอบวันหมดอายุเป็นประจำ วิธีนี้ช่วยลดการสูญเสียจากยาหมดอายุและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนหลังได้

การบันทึกข้อมูลการรับเข้า การเบิกใช้ และคงเหลือของยาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสต็อก ตรวจสอบความผิดปกติ และรองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างโปร่งใส

คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

เมื่อเปิดคลินิกโดยไม่ประเมินงบลงทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรอบด้าน อาจทำให้เงินทุนไม่เพียงพอ ต้นทุนบานปลาย และเสี่ยงต่อการขาดสภาพคล่อง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเปิดคลินิกต้องใช้เงินเท่าไหร่ และวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มธุรกิจ

คลิกอ่านต่อ :
เคล็ดลับสร้างแบรนด์ธุรกิจความงาม เปิดคลินิกความงามยังไงให้ปัง


คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ


Cold Chain Management สำคัญแค่ไหน?

Cold Chain Management คือระบบควบคุมอุณหภูมิในการจัดเก็บและขนส่งเวชภัณฑ์ที่ไวต่อความร้อน เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วัคซีน และยาบางชนิด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของคลินิกความงาม หากอุณหภูมิไม่คงที่หรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง ตัวยาอาจเสื่อมคุณภาพโดยไม่สามารถสังเกตได้ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยของผู้ป่วย และความน่าเชื่อถือของคลินิกในระยะยาว

ป้องกันการเสื่อมสภาพของเวชภัณฑ์สำคัญ

เวชภัณฑ์หลายชนิดต้องเก็บในช่วงอุณหภูมิที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หากอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ลดลงหรือใช้งานไม่ได้

รักษามาตรฐานความปลอดภัยในการรักษา

การใช้ยาหรือเวชภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาด การควบคุม Cold Chain อย่างถูกต้องจึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์

ลดความสูญเสียและต้นทุนแฝง

เวชภัณฑ์ความงามมักมีราคาสูง หากเก็บรักษาไม่ถูกต้องจนต้องทิ้ง จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของคลินิกโดยตรง การควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยลดการสูญเสียและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองรับการตรวจสอบตามมาตรฐานหน่วยงานกำกับดูแล

Cold Chain ที่ได้มาตรฐานควรมีตู้ควบคุมอุณหภูมิ เครื่องบันทึกอุณหภูมิ (Temperature Logger) และการบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริหารเวชภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรฐานสถานพยาบาล

สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ

เมื่อคลินิกสามารถแสดงให้เห็นถึงการดูแลเวชภัณฑ์อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและสร้างความไว้วางใจให้ผู้ป่วยเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้คลินิกเข้าใจการทำฉลากยาอย่างถูกต้อง ใช้งานง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ครบ อ่านยาก หรือความผิดพลาดในการใช้ยาที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

คลิกอ่านต่อ :
ทำฉลากยาอย่างถูกต้อง ใช้งานง่าย พร้อมยกระดับมาตรฐานคลินิก



ยาเวชภัณฑ์ คืออะไร ตรวจสอบสภาพยาอย่างไรให้มั่นใจ

ยาและเวชภัณฑ์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการให้บริการทางการแพทย์ โดย ยา (Drug/Pharmaceuticals) คือสารที่ใช้ในการรักษา บรรเทา หรือทำหัตถการ เช่น ยาชา โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และยาประเภทต่าง ๆ ส่วน เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (Medical Supplies) คืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมในการรักษา เช่น เข็ม สำลี ผ้าก๊อซ ถุงมือ หรืออุปกรณ์ใช้แล้วทิ้งอื่น ๆ ทั้งสองส่วนต้องมีคุณภาพและความพร้อมใช้งานเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและมาตรฐานของคลินิก

ตรวจสอบวันหมดอายุและเลขล็อตก่อนใช้งาน

ควรตรวจสอบวันหมดอายุ (Expiry Date) และเลขล็อตทุกครั้งก่อนใช้ แม้จะเหลือเวลาเพียงไม่กี่วันก็ไม่ควรนำมาใช้งาน เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา รวมถึงควรหมุนเวียนสต็อกตามหลัก FEFO (First-Expire-First-Out)

ตรวจสอบสภาพบรรจุภัณฑ์

หากพบว่าบรรจุภัณฑ์บวม ฉีกขาด มีรอยรั่ว หรือมีหยดน้ำภายใน ควรแยกออกจากสต็อกทันที เนื่องจากอาจบ่งชี้ถึงการปนเปื้อนหรือการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของยาและอุปกรณ์

สังเกตลักษณะของตัวยา

ควรตรวจสอบสี กลิ่น และลักษณะของยา หากพบว่าสีเปลี่ยน ตกตะกอน แยกชั้น หรือมีสิ่งผิดปกติ ไม่ควรนำมาใช้ แม้ยังไม่หมดอายุก็ตาม เพราะอาจเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพ

แยกและทำลายยาที่ไม่ผ่านมาตรฐาน

ยาหรือเวชภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพหรือไม่ผ่านการตรวจสอบควรถูกแยกออกจากพื้นที่ใช้งานทันที และดำเนินการทำลายตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการหยิบใช้ผิดพลาด

ตรวจสอบสม่ำเสมอเพื่อลดความสูญเสีย

การตรวจสภาพยาเป็นประจำช่วยลดปัญหาการเบิกผิด การใช้ของหมดอายุ และการสูญเสียจากยาเสื่อมก่อนกำหนด ซึ่งมักเกิดจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม การมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนจึงช่วยควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้ในระยะยาว

คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ


คู่มือบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ ช่วยป้องกันการทุจริต

การเบิกยาและเวชภัณฑ์เป็นหนึ่งในจุดที่คลินิกสูญเสียต้นทุนได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้การจดบันทึกด้วยมือ ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดจากการลืมบันทึก จดข้อมูลไม่ครบ เบิกเกิน หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน ส่งผลให้สต็อกจริงไม่ตรงกับเอกสาร เกิดความวุ่นวายในการตรวจสอบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริตภายใน

การใช้ระบบที่บันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายอย่างชัดเจน เช่น วัน-เวลา ผู้ดำเนินการ ปริมาณ และวัตถุประสงค์การใช้งาน จะช่วยให้การติดตามสต็อกเป็นไปอย่างโปร่งใส ลดความผิดพลาดจากงานเอกสาร และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน เมื่อข้อมูลมีความแม่นยำ คลินิกจะควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ป้องกันการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และยกระดับการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว

คู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ 

ทริควิธีบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ ให้คลินิกมีสภาพคล่อง

สภาพคล่องทางการเงินของคลินิกเชื่อมโยงกับสต็อกยาและเวชภัณฑ์โดยตรง หากสต็อกมากเกินไปจะทำให้เงินจม หมุนเงินไม่ทัน และเสี่ยงต่อของหมดอายุ ขณะที่สต็อกน้อยเกินไปก็อาจทำให้บริการสะดุด ดังนั้นการบริหารคลังยาจึงต้องอิงข้อมูลการใช้งานจริงย้อนหลัง เพื่อให้สั่งซื้อได้พอดี ควบคุมต้นทุน และรักษาสภาพคล่องของธุรกิจในระยะยาว

แนวทางสำคัญที่ควรนำไปใช้

1) วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานย้อนหลัง

  • ดูว่ายาชนิดใดใช้บ่อยหรือขายดี
  • แยกตามฤดูกาลหรือแคมเปญ
  • ลดการสั่งซื้อยาที่ใช้ไม่บ่อย

2) หลีกเลี่ยงการสต็อกเกินความจำเป็น

  • ยาที่ใช้ปีละไม่กี่ครั้งไม่ควรสั่งจำนวนมาก
  • ลดความเสี่ยงเงินจมและของหมดอายุ
  • ช่วยควบคุมต้นทุนและพื้นที่จัดเก็บ

3) บริหาร Medical Supplies อย่างสมดุล

  • อุปกรณ์ใช้สิ้นเปลือง เช่น ถุงมือ สำลี แอลกอฮอล์
  • ต้องมีพอใช้ต่อเนื่อง แต่ไม่ล้นสต็อก
  • ป้องกันทั้งการขาดและการสูญเสียจากการเก็บนาน

4) กำหนด Minimum Stock Level (สต็อกขั้นต่ำ)

  • ระบุปริมาณขั้นต่ำที่ต้องมีเสมอ
  • รู้จุดสั่งซื้อที่เหมาะสม (Reorder Point)
  • ช่วยให้บริการไม่สะดุดและไม่สต็อกเกิน

  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

เมื่อเลือกใช้เวชภัณฑ์และยาความงามโดยไม่ตรวจสอบมาตรฐาน แหล่งที่มา และความเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อคุณภาพการรักษา ความปลอดภัย และการควบคุมต้นทุนในระยะยาว บทความนี้จะช่วยให้เจ้าของคลินิกเข้าใจว่าเวชภัณฑ์และยาที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง พร้อมแนวทางเลือกใช้ให้ได้มาตรฐานและบริหารคลังยาอย่างมีประสิทธิภาพ

คลิกอ่านต่อ :
เวชภัณฑ์ความงาม ยาที่คลินิกความงามใช้มียี่ห้ออะไรบ้าง



Checklist มาตรฐาน สบส. ไทย คู่มือบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์

1) ตรวจเช็กอุณหภูมิตู้เย็นเก็บยา

อุณหภูมิตู้เย็นเก็บยาควรมีการบันทึกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตามหลัก GDP/GSP เพื่อควบคุมให้คงที่ระหว่าง 2–8°C ซึ่งเป็นช่วงที่ อย. และมาตรฐานสากลกำหนดสำหรับยาแช่เย็น การบันทึกต่อเนื่องจะช่วยลดความเสี่ยงยาเสียคุณภาพจากความร้อน

2) การจัดการยาที่ใกล้หมดอายุ (ภายใน 3–6 เดือน)

ควรดึงออกเพื่อแยกชั้นและทำสัญลักษณ์ชัดเจน พร้อมใช้ระบบ FEFO หรือ First Expired First Out เพื่อนำยาที่ใกล้หมดอายุออกมาใช้งานก่อน แต่ถ้าหากประเมินแล้วว่าใช้ไม่ทัน ให้ดำเนินการคืนตามเงื่อนไขที่เราได้ดีลกับบริษัทยาไว้ หรือทำลายตามช่องทางที่บริษัทหรือ อย. กำหนด

3) วิธีตรวจสอบสต็อกยาในระบบ เมื่อตัวเลขไม่ตรงกับสต็อกจริง

เริ่มที่ตรวจสอบจากประวัติการเบิก–จ่าย และบันทึกการนับสต็อกย้อนหลัง เพราะมักเกิดจากการบันทึกผิดหรือเบิกใช้โดยไม่ได้ลงข้อมูลในไฟล์หรือระบบ จากนั้นค่อยตรวจสอบความผิดปกติ เช่น การสูญหาย การหมดอายุ หรือยาหมดคุณภาพ ในส่วนนี้ หากมีการวางระบบบริหารสต็อกยาที่ดีในคลินิก จะช่วยทุ่นแรงในการตรวจสอบได้มากคู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ

4) บริหารคลังยาให้ถูกกฎหมาย

การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์สำหรับคลินิกนั้น แพทย์สามารถบริหารคลังยาได้เอง แต่ต้องเป็นคนที่มีใบอนุญาตเป็นผู้รับผิดชอบในการสั่งซื้อ เก็บรักษา และจ่ายยา ตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาลและ พ.ร.บ. ยา ที่ต้องจัดทำระบบบันทึกสต็อก รายงาน และควบคุมคุณภาพยาให้ตรวจสอบได้ด้วย

5) รายการเวชภัณฑ์ยา มีอะไรบ้าง

เวชภัณฑ์ คือ อุปกรณ์และของใช้ทางการแพทย์ที่ไม่เข้าข่ายเป็นยา ซึ่งประกอบไปด้วย เช่น สำลี แอลกอฮอล์ ผ้าก๊อซ ถุงมือ อุปกรณ์ทำแผล เข็มฉีดยา เข็มร้อยไหม เป็นต้น ซึ่งมักถูกจัดอยู่ในหมวดเวชภัณฑ์และเวชภัณฑ์สิ้นเปลืองในคลังยา แต่ก็ต้องมีการบันทึกข้อมูลสต็อกให้ชัดเจน และแม่นยำเช่นเดียวกับยาในคลังยา

6) เจ้าหน้าที่คลังยา ทําอะไรบ้าง

หน้าที่โดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่คลังยาหลัก ๆ คือ ดูแลการรับ–จ่ายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ คือ ต้องคอยตรวจสอบวันหมดอายุของยาและเวชภัณฑ์ ควบคุมอุณหภูมิในการจัดเก็บที่ต้องเช็กให้รอบคอบ และบันทึกสต็อกให้ตรงตามมาตรฐาน GDP/GSP รวมทั้งรับผิดชอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบกำกับสินค้า บันทึกตรวจสอบ และรองรับการตรวจของ อย. หรือผู้ตรวจประเมิน


ใช้เทคโนโลยีจัดการคลังยา ลด Human Error รองรับการตรวจสอบ

ในปี 2569 คลินิกหลายแห่งเริ่มใช้โปรแกรมบริหารสต็อกแทนกระดาษแล้ว เพื่อยกระดับเป็นคลินิกดิจิทัลแบบเต็มตัว เพราะแม่นยำกว่า ทำงานเร็วกว่า และลดความผิดพลาดจากมนุษย์ได้แทบทั้งหมด เช่น สแกนบาร์โค้ด มีระบบ FEFO อัตโนมัติ แจ้งเตือนเมื่อยาหมดอายุ และการบันทึกการเบิกแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบภายในหรือรับรองการตรวจจากหน่วยงานรัฐด้วย สำหรับเจ้าของคลินิกที่กำลังมองหาวิธีลดความผิดพลาดและเพิ่มความคล่องตัว ระบบบริหารคลังแบบดิจิทัลคือคำตอบ ไม่ต้องพึ่งไฟล์ Excel และสามารถตรวจสต็อกจากมือถือได้ทันที ช่วยให้รู้สถานะคลังยา ป้องกันการทุจริตในคลังยา แม้จะไม่อยู่คลินิกก็ตามคู่มือการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ จัดเก็บ เช็กคลังยาได้เป๊ะ


คลังยาที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากระบบที่แม่นยำและตรวจสอบได้

การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบช่วยลดปัญหายาขาด ยาเกิน และยาหมดอายุ ซึ่งล้วนส่งผลต่อทั้งต้นทุน คุณภาพการรักษา และความเชื่อมั่นของผู้ป่วย คลินิกที่ควบคุมสต็อกได้แม่นยำจะสามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง ลดความสูญเสีย และวางแผนจัดซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ProClinic ช่วยให้การติดตามสต็อกและข้อมูลคลังยาเป็นระบบมากขึ้น ลดความผิดพลาดจากการทำงานแบบแมนนวล และทำให้เจ้าของคลินิกบริหารงานได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสต็อกในอนาคต


  พร้อมจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ให้แม่นยำแบบมืออาชีพแล้วหรือยัง?

ปรึกษา ProClinic เพื่อวางระบบบริหารคลินิกที่ช่วยติดตามสต็อกยา ล็อตและวันหมดอายุ การใช้งานจริง และการโอนย้ายระหว่างคลังอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณควบคุมต้นทุน ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว



คำถามที่พบบ่อย


ควรมีการตรวจเช็กอุณหภูมิตู้เย็นเก็บยาบ่อยแค่ไหน

สำหรับยาหรือวัคซีนที่ต้องเก็บในตู้เย็นหรือช่องเย็น ควรตรวจเช็กอุณหภูมิอย่างน้อยวันละหนึ่งหรือสองครั้ง และถ้าเป็นไปได้ควรใช้ data logger ที่บันทึกอุณหภูมิต่อเนื่อง 24 ชม. เผื่อกรณีที่มีไฟดับหรือประตูตู้เปิด-ปิดหลายรอบ


ควรทำอย่างไรกับยาที่ใกล้หมดอายุ (ภายใน 3-6 เดือน)

ยาที่ใกล้วันหมดอายุ ควรแยกเก็บไว้ในโซนพิเศษ และจัดลำดับตามระบบ First Expired First Out (FEFO) ให้เป็นกฎ เพื่อให้ใช้ยาที่หมดอายุก่อน หลีกเลี่ยงการเก็บไว้นานจนหมดอายุโดยไม่รู้ตัว


ถ้าสต็อกยาในระบบไม่ตรงกับสต็อกจริง ควรตรวจสอบสาเหตุจากอะไรก่อน

เมื่อพบว่าสต็อกในระบบไม่ตรงกับ สต็อกจริง ควรเริ่มจากการดูว่ามีการเบิกยาโดยไม่บันทึกหรือไม่ มีการคืนยาหลังหมดอายุหรือยกเลิกหัตถการ หรือมีการสูญหายจากการจัดเก็บและขนย้าย และตรวจสอบบันทึกอุณหภูมิหรือสภาพเก็บยา เพราะคุณภาพหรือการเสื่อมอาจทำให้ต้องทิ้งได้


คลินิกที่ไม่มีเภสัชกรประจำ สามารถบริหารคลังยาได้อย่างไรให้ถูกกฎหมาย

ถ้าไม่มีเภสัชกรประจำ อาจต้องมีระบบควบคุมภายในชัดเจน เช่น ใครเป็นผู้รับผิดชอบเบิกยา ตรวจสต็อก ตรวจอุณหภูมิ และควรมี SOP (ข้อปฏิบัติ) ชัดเจน รวมถึงเก็บประวัติการรับ-จ่ายยาอย่างละเอียด เผื่อถูกตรวจโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


เวชภัณฑ์ยา มีอะไรบ้าง

เวชภัณฑ์ยาหรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ หมายถึง ทั้งยาใช้รักษา ยาฉีด ยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในหัตถการ เช่น ถุงมือ ผ้าพันแผล เข็ม ฉีดยา สำลี และวัสดุสิ้นเปลืองอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการรักษาและบริการคลินิก


เจ้าหน้าที่คลังยา ทําอะไรบ้าง

เจ้าหน้าที่คลังยาทำหน้าที่รับยา ตรวจรับ ตรวจนับ ตรวจสภาพยา จัดเก็บให้ถูกโซน ตรวจอุณหภูมิและสภาพเก็บยา บันทึกการเข้า-ออกของยา และอัปเดตสต็อกให้ตรงกับการใช้งานจริง เพื่อให้คลินิกควบคุมสต็อกได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย


Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.  

Published on : December 21, 2025

#สต็อกยาและเวชภัณฑ์

ProClinic โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด

ทีมงานมีประสบการณ์ดูแลคลินิกมากกว่า 200 สาขา ทำให้เราเข้าใจธุรกิจและความต้องการของเจ้าของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างโปรแกรมคลินิกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

21 ธันวาคม 2568 328เข้าชม

เรียนรู้วิธีป้องกันการทุจริตในคลินิก บริหารความเสี่ยงคลินิก ลดความเสียหาย ด้วยกลยุทธ์ควบคุมภายใน การใช้เทคโนโลยี และการจัดการบุคลากร ตรวจสอบง่ายทุกขั้นตอน

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

21 ธันวาคม 2568 273เข้าชม

Clinic Branding หัวใจการสร้างตัวตนให้คลินิกน่าเชื่อถือ สูตรสำเร็จในการสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร ทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการวางกลยุทธ์แบรนด์คลินิกให้โดดเด่น

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

21 ธันวาคม 2568 487เข้าชม

รู้จัก LINE MINI App คืออะไร ต่างจากแอพ ไลน์ยังไง เครื่องมือช่วยให้คลินิกสื่อสารกับผู้ป่วยได้ไวขึ้น พร้อมจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยตาม PDPA พร้อมเจาะลึกวิธีใช้งาน

ติดต่อเรา

โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด