ในยุคที่การแข่งขันสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงามและคลินิก การทำธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจลูกค้าให้ลึกซึ้งกว่าการดูแค่ยอดขาย Customer Insights หรือ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า จะเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ ซึ่งนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นและความผูกพันของลูกค้าที่มากขึ้น
เราจะมาดูกันว่า เราจะหา Customer Insight ได้อย่างไร มีวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร Consumer Insight 6 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง และแนะนำระบบ ProClinic เครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารคลินิกแบบมือโปรและเจาะลึกถึงข้อมูลของลูกค้าได้ไม่ยาก
พลิกข้อมูลลูกค้าเป็นยอดขาย
Customer Insights คืออาวุธสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจคลินิกของคุณเติบโต ให้ ProClinic ช่วยให้คุณบริหารคลินิกแบบมือโปรและเจาะลึกถึงข้อมูลของลูกค้าได้ไม่ยาก! [ปรึกษาเรา คลิก!] รับระบบที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและเพิ่มความผูกพันของลูกค้า
Customer Insight คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับธุรกิจ?

Customer Insight คือ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม ความต้องการ แรงจูงใจ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การเข้าใจ Customer Insight ทำให้ธุรกิจสามารถออกแบบสินค้า บริการ และแคมเปญทางการตลาดที่ตรงใจลูกค้าได้มากขึ้น
ส่วน Consumer หลายคนอาจสงสัยว่า Consumer หรือผู้บริโภค กับ Customer หรือลูกค้า ต่างกันอย่างไร อธิบายอย่างง่าย Consumer คือผู้ที่ใช้สินค้าหรือบริการ ส่วน Customer คือผู้ที่ซื้อสินค้าหรือบริการ ตัวอย่างเช่น ในคลินิกเสริมความงาม Customer อาจเป็นคนที่จ่ายเงินเพื่อรับบริการ เช่น ผู้ปกครองที่พาลูกมาทำเลเซอร์ แต่ Consumer คือ คนที่ได้รับบริการจริงนั่นเอง
ทำไมต้องใช้ Customer Insights ?

เมื่อเรารู้ข้อมูลของลูกค้าอย่างถ่องแท้ เข้าใจพฤติกรรมการจับจ่าย รวมทั้งผลจากการเข้ารับบริการ ก็จะช่วยให้เข้าใจลูกค้าลึกขึ้น ไม่ใช่แค่ "ใคร" ซื้อสินค้า แต่ต้องรู้ว่า "ทำไม" พวกเขาถึงซื้อสินค้า หรือบริการจากเรา ไม่ว่าจะเป็น
- การเพิ่มโอกาสในการขายซ้ำ (Retention Rate) เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พวกเขา
- ปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุนโฆษณาที่ไม่จำเป็น
- สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้ลูกค้ากลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
สร้าง Loyalty Program จะช่วยมัดใจลูกค้าให้คลินิกของคุณได้อย่างไร? (เคล็ดลับสร้างความภักดีต่อแบรนด์) บทความนี้จะเปิดเผยเคล็ดลับการออกแบบ Loyalty Program ที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจคลินิกความงามโดยเฉพาะ คลิกอ่านต่อ : Loyalty Program จะช่วยมัดใจลูกค้าให้คลินิกของคุณได้อย่างไร
Insights คืออะไร? และมีกี่ประเภท?
Insight คือ การค้นพบหรือความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า ที่สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงสินค้า บริการ หรือกลยุทธ์การตลาดได้ การเข้าใจ Insight แต่ละประเภทช่วยให้สามารถออกแบบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากขึ้นได้ ซึ่งประกอบไปด้วย
- Behavioral Insight พฤติกรรมของลูกค้า เช่น การจองคิวบ่อยแค่ไหน เลือกบริการอะไร
- Emotional Insight ความรู้สึกของลูกค้าเกี่ยวกับแบรนด์
- Needs Insight ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
- Pain Points Insight ปัญหาหรืออุปสรรคที่ลูกค้าเจอ เช่น การจองคิวยาก หรือบริการไม่ตรงปก
Consumer Insight ไขคำตอบสู่ใจลูกค้า ใน 6 ขั้นตอน
Consumer Insight คือ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ซึ่งมีขั้นตอนง่าย ๆ 6 ขั้นตอน ได้แก่
- เก็บข้อมูลลูกค้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แบบสอบถาม รีวิว บัญชีทางการ LINE
- วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยการใช้เครื่องมืออย่าง CRM หรือ AI Analytics
- แบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) ตามพฤติกรรมและความต้องการ
- ระบุแรงจูงใจในการซื้อ โดยการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ว่าลูกค้าซื้อเพราะอะไร
- ทดสอบและปรับกลยุทธ์ ด้วยการทดลองโปรโมชั่นและปรับแคมเปญให้เหมาะสม
- นำ Insight ไปใช้จริง โดยใช้ข้อมูลในการออกแบบสินค้าและบริการ
Customer Insight Analysis วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าให้ลึกกว่าเดิม

Customer Insight Analysis คือ การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรม และนำไปใช้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้เรารู้จักลูกค้าให้ลึกซึ้งมากขึ้น จะช่วยให้คลินิกสามารถบริหารจัดการลูกค้าได้ดีขึ้น ลดต้นทุนโฆษณา และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ ตัวอย่างการใช้ Customer Insight Analysis ได้แก่
- วิเคราะห์พฤติกรรมการจองคิว เพื่อดูว่าลูกค้ากลุ่มไหนจองคิวซ้ำมากที่สุด
- จัดโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้า เพื่อดูว่าโปรโมชันไหนกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ดีที่สุด
- ปรับแต่งบริการตามกลุ่มลูกค้า เช่น ลูกค้าที่สนใจ Botox มักเป็นกลุ่มวัย 30+
ขั้นตอนการทำ Customer Insight Analysis

การทำ Customer Insight Analysis เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์ของคลินิกได้อย่างแม่นยำ
1. เก็บรวมรวบข้อมูลลูกค้า (Data Collection)
เริ่มต้นด้วยการเก็บข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
- ข้อมูลจากระบบ CRM (Customer Relationship Management)
- ประวัติการใช้บริการและการซื้อสินค้า
- แบบสอบถามและความคิดเห็นจากลูกค้า
- พฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ / โซเชียลมีเดีย
- ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม LINE CRM หรือ ProClinic
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
LINE CRM (Customer Relationship Management) เป็นระบบที่จะช่วยคลินิก ในยุคที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร คลิกอ่านต่อ : LINE CRM คืออะไร? ดียังไง? และวิธีการเชื่อมต่อให้ทุกธุรกิจ
2. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral Analysis)
วิเคราะห์พฤติกรรมที่ลูกค้าแสดงออก เพื่อตอบคำถามสำคัญทางธุรกิจ
- ลูกค้าชอบจองคิวออนไลน์มากกว่าการโทรจองหรือไม่
- ลูกค้าส่วนใหญ่มักใช้บริการอะไรเป็นพิเศษ
- ลูกค้ามีแนวโน้มกลับมาใช้บริการซ้ำบ่อยแค่ไหน
3. แบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)
การแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นประเภทต่าง ๆ จะช่วยให้สามารถออกแบบบริการและโปรโมชันที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น
- ลูกค้าใหม่ (New Customer) ต้องการข้อมูลและโปรโมชันแนะนำ
- ลูกค้าประจำ (Loyal Customer) ต้องการโปรแกรมสะสมแต้ม และสิทธิพิเศษ
- ลูกค้าที่เคยใช้บริการแต่ห่างหายไป (Inactive Customer) ต้องการข้อเสนอพิเศษเพื่อดึงกลับมา
PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!
เจาะลึกการแบ่งกลุ่มลูกค้า ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ลูกค้าสัมพันธ์ที่ทรงพลังอย่าง RFM Analysis ซึ่งช่วยให้คุณจัดกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำตามมูลค่าและความภักดีที่แท้จริง! คลิกอ่านต่อ : RFM คืออะไร? สำคัญยังไงกับการจัดการลูกค้าในคลินิกของคุณ?
4. วิเคราะห์ปัจจัยที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ (Motivational Analysis)
เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าเลือกใช้บริการเพราะอะไร เพื่อหาแรงจูงใจที่แท้จริง
- โปรโมชันและส่วนลดมีผลต่อการตัดสินใจแค่ไหน
- รีวิวจากลูกค้าเก่ามีผลต่อความเชื่อมั่นหรือไม่
- ประสบการณ์และบริการที่ได้รับ เป็นปัจจัยหลักในการกลับมาใช้ซ้ำหรือเปล่า
5. ปรับกลยุทธ์ตามข้อมูลที่ได้ (Actionable Insights)
นำข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาปรับใช้ในการดำเนินงานจริง
- ออกแบบโปรโมชันที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มลูกค้า
- ปรับปรุงบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้า
- วางแผนการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวอย่างการนำ Customer Insight มาใช้งานจริง

ตัวอย่างที่ 1 : วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในคลินิกเสริมความงาม
Insight ที่ได้ : ลูกค้ากลุ่มอายุ 25-35 ปี นิยมบริการ Botox และ Laser มากที่สุดมักจองคิวล่วงหน้าผ่าน LINE มากกว่าการโทรจอง และโปรโมชันที่ใช้ได้ผลคือ “Botox 2 ครั้ง แถม 1 ครั้ง”
แนวทางปรับกลยุทธ์ทางการตลาด
- เน้นทำโฆษณา Botox และ Laser ไปยังกลุ่มเป้าหมาย
- พัฒนาแพลตฟอร์มจองคิวออนไลน์ให้ใช้งานง่ายขึ้น
- ออกโปรโมชันที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้านี้
การใช้ Customer Insights กับธุรกิจคลินิกความงามด้วย ProClinic

ในธุรกิจคลินิกความงาม Customer Insights (ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า) มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มยอดขาย สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ซึ่ง ProClinic เป็นระบบที่ช่วยวิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ มาดูกันว่า ProClinic ช่วยอะไรได้บ้าง
ProClinic ใช้ Customer Insights ในคลินิกความงามอย่างไร ?
ในธุรกิจคลินิกความงาม Customer Insights (ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า) มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มยอดขาย สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ซึ่ง ProClinic วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1. วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า (Customer Behavior Analysis)
ระบบสามารถติดตามว่า ลูกค้าคนไหนเข้ามารับบริการอะไรบ่อยที่สุด เพื่อจัดโปรโมชันที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าได้ทันที ตัวอย่างเช่น การนำเสนอแพ็กเกจเลเซอร์ผิวสำหรับลูกค้าประจำที่ชอบทำหัตถการประเภทนี้
2. ระบบจัดการนัดหมายอัจฉริยะ (Smart Appointment Management)
ProClinic มีการบันทึกประวัติการจองคิว ทำให้สามารถแนะนำบริการเสริมที่ลูกค้าอาจสนใจได้อย่างตรงจุด และช่วยลดอัตราการนัดแล้วไม่มา (No-Show) ด้วยการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน LINE OA เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการนัดที่ลูกค้าเคยเจอ
3. การทำโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing)
ด้วย CRM Insight ระบบสามารถแปลผลให้เราเห็นพฤติกรรมการซื้อในมิติของความถี่ กำลังซื้อ และความสดใหม่ของลูกค้าได้ละเอียดขึ้น จึงจัดโปรโมชันได้ตรงใจมากขึ้น ไม่ต้องยิงโฆษณาแบบเหวี่ยงแห
4. พัฒนาระบบสะสมแต้ม & บัตรสมาชิก (Loyalty Program)
ระบบช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น ด้วยการจัดทำ Loyalty Program ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้าแต่ละรายอย่างเป็นระบบ
5. วิเคราะห์มูลค่าลูกค้า (Customer Lifetime Value - CLV)
ProClinic รองรับการทำ RFM Analysis ในรูปแบบของกราฟวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อขาย และแบ่งลูกค้าออกเป็น 8 กลุ่ม ทำให้คลินิกทำการตลาดได้ตรงกลุ่ม ออกแบบแคมเปญได้ตรงจุด และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด
สรุป
การใช้ Customer Insights ไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็บข้อมูล แต่เป็นการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถออกแบบสินค้า บริการ และแคมเปญทางการตลาดที่ตรงใจลูกค้าได้มากขึ้น หากคุณเป็นเจ้าของคลินิก ProClinic สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ง่ายขึ้น และนำ Insight ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาธุรกิจของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
Customer Insight มีอะไรบ้าง
1. เก็บข้อมูลลูกค้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แบบสอบถาม รีวิว บัญชีทางการ LINE
2. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยการใช้เครื่องมืออย่าง CRM หรือ AI Analytics
3. แบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) ตามพฤติกรรมและความต้องการ
4. ระบุแรงจูงใจในการซื้อ โดยการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ว่าลูกค้าซื้อเพราะอะไร
5. ทดสอบและปรับกลยุทธ์ ด้วยการทดลองโปรโมชั่นและปรับแคมเปญให้เหมาะสม
6. นำ Insight ไปใช้จริง โดยใช้ข้อมูลในการออกแบบสินค้าและบริการ
Customer Insight แปลว่าอะไร
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม ความต้องการ แรงจูงใจ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
Customer Insight ตัวอย่าง
ตัวอย่าง : ลูกค้ากลุ่มอายุ 25-35 ปี ใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000-10,000 บาทต่อครั้ง ส่วนลูกค้าอายุ 40+ ปี ใช้จ่ายเฉลี่ย 15,000 บาทขึ้นไป
การนำไปใช้: เสนอแพ็กเกจพรีเมียมให้กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และออกโปรโมชันราคาย่อมเยาสำหรับกลุ่มวัยทำงาน
อะไรคือ Pain Point ของลูกค้า
Customer Pain point คือ ปัญหา หรือความต้องการเฉพาะที่ลูกค้าประสบอยู่ ซึ่งส่งผลเสียต่อประสบการณ์หรือความพึงพอใจที่มีต่อสินค้าหรือบริการ
Customer Segmentation มีกี่ประเภท
4 ประเภท ได้แก่
- แบ่งตามข้อมูลสถิติประชากร (Demographic)
- แบ่งตามข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ (Geographic)
- แบ่งตามข้อมูลด้านจิตวิทยา (Psychological)
- แบ่งตามข้อมูลด้านพฤติกรรมลูกค้า (Behavioral)
Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.
Published on : May 08, 2025