บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

10 มิถุนายน 2568 เทคนิคบริหารคลินิก 760เข้าชม

การบริหารคลินิกความงาม ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ การควบคุมสต็อกเวชภัณฑ์ให้แม่นยำคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำไร คุณภาพบริการ และความพึงพอใจของคนไข้โดยตรง หากของหมดโดยไม่รู้ตัว ยาใกล้หมดอายุ หรือสต็อกคลาดเคลื่อน อาจทำให้เสียทั้งรายได้และความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะคลินิกที่มีหัตถการหลายประเภท ยิ่งจำเป็นต้องมีระบบที่ช่วยตรวจสอบจำนวนแบบเรียลไทม์ วางแผนสั่งซื้อได้แม่นยำ และลดการสูญเสียจากของค้างสต็อก

หากยังจัดการสต็อกด้วยวิธีเดิม เช่น บันทึกมือหรือใช้ Excel อาจไม่เพียงพอสำหรับคลินิกยุคใหม่ บทความนี้จะพาคุณรู้จักแนวทางบริหารเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบ พร้อมตัวช่วยดิจิทัลที่ทำให้ควบคุมต้นทุน ตรวจสอบได้ง่าย และยกระดับการทำงานให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น ระบบบริหารคลินิกอย่าง ProClinic ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โดยเฉพาะ


  คุมสต็อกให้แม่น ลดสูญเสียทุกกล่อง เพิ่มกำไรให้คลินิก

ต้นทุนเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้นทำให้คลินิกต้องควบคุมสต็อกให้แม่นยำ รู้จำนวนคงเหลือจริง ติดตามวันหมดอายุ และลดปัญหาของหายหรือหมดโดยไม่รู้ตัว ให้ ProClinic ช่วยบริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ติดตามล็อตยา บันทึกการใช้งาน ไปจนถึงเชื่อมข้อมูลการรักษา เพื่อให้คุณคุมต้นทุนได้จริงและทำงานได้อย่างมืออาชีพ



ทำไมคลินิกต้องบริหารสต็อกเวชภัณฑ์อย่างจริงจัง ?

ในแต่ละวัน คลินิกความงามต้องใช้เวชภัณฑ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเข็มฉีดยา ผ้าก๊อซ สำลี ถุงมือ ยาทา ยากิน โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ฯลฯ ซึ่งล้วนมีต้นทุนและวันหมดอายุ หากไม่มีการบริหารคลังเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบจะเสี่ยงต่อของขาดสต็อก หรือหมดอายุเพราะเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่สั่งมาเพราะกลัวของขาดสต็อก เนื่องจากไม่มีสถิติการใช้เวชภัณฑ์ในคลินิกอย่างเป็นระบบ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็นบริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า CRM คืออะไร และสามารถนำมาใช้พัฒนาธุรกิจคลินิกได้อย่างไร ตั้งแต่การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การติดตามประวัติการใช้บริการ การสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการเพิ่มอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ ช่วยยกระดับการบริหารลูกค้าและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว

คลิกอ่านต่อ : 
CRM คืออะไร ? พร้อมวิธีใช้ระบบ CRM เพื่อพัฒนาธุรกิจคลินิก


ระบบบริหารเวชภัณฑ์ที่ดีจะช่วยให้คุณสะดวกขึ้นอย่างไรบ้าง ?

1) รู้ว่ามีอะไรอยู่ในคลังเวชภัณฑ์บ้าง 

โดยไม่ต้องเปิดตู้ เช็กทีละกล่อง หรือคอยถามเจ้าหน้าที่อีกต่อไป เพราะระบบสามารถสรุปรายการเวชภัณฑ์ทั้งหมดที่มีอยู่ในสต็อกแบบเรียลไทม์ พร้อมจำนวนคงเหลือ วันหมดอายุ และประวัติการใช้งานย้อนหลังได้ในคลิกเดียว ทำให้คุณรู้ทันทุกความเคลื่อนไหวในคลัง

2) วางแผนสั่งซื้อได้อย่างแม่นยำ

ระบบจะช่วยแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด หรือถึงจุดที่ควรสั่งซื้อตามปริมาณที่คุณตั้งไว้ ลดโอกาสของหมดกลางคอร์ส หรือซื้อเวชภัณฑ์ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น อีกทั้งยังช่วยประเมินแนวโน้มการใช้งานจากข้อมูลในอดีต เพื่อให้คุณวางแผนการจัดซื้อได้ตรงความต้องการจริง ไม่มากไป ไม่น้อยไป

3) ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

เวชภัณฑ์หลายรายการมีราคาสูง เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือวิตามินบำรุงผิวต่าง ๆ หากไม่มีระบบติดตามการใช้งาน อาจทำให้เกิดการรั่วไหล หรือการใช้งานที่ไม่สมเหตุสมผล ระบบจะช่วยให้คุณเห็นต้นทุนต่อครั้งการใช้/ต่อคอร์สได้ชัดเจน และวิเคราะห์จุดรั่วไหลได้อย่างแม่นยำ

4) ป้องกันของหาย ของหมด หรือใช้ซ้ำโดยไม่ตั้งใจ

การไม่รู้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน ใครเป็นผู้เบิก หรือใช้ไปกับคนไข้คนใด อาจก่อให้เกิดของหายโดยไม่รู้ตัว หรือเกิดความผิดพลาดในการให้บริการ เช่น เปิดกล่องใหม่ทั้งที่ของเก่ายังใช้ไม่หมด ระบบที่ดีจะช่วยสร้างวินัยในการเบิกจ่าย และลดการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น


เวชภัณฑ์ที่ควรจัดสต็อกอย่างเป็นระบบ

การบริหารสต็อกเวชภัณฑ์ที่ดีไม่ใช่แค่ “มีของครบ” แต่ต้องรู้จำนวนคงเหลือจริง อัตราการใช้งาน และวันหมดอายุ เพื่อป้องกันทั้งของขาดและของเสีย โดยเฉพาะคลินิกความงามที่ใช้เวชภัณฑ์หลากหลายและมีต้นทุนสูง จึงควรจัดการอย่างเป็นระบบในกลุ่มสำคัญต่อไปนี้

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

1) ยาที่ใช้เป็นประจำ

เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้อักเสบ ยาชาเฉพาะที่ ต้องมีสำรองเพียงพอและควบคุมวันหมดอายุอย่างใกล้ชิด

2) เวชภัณฑ์สิ้นเปลือง

เช่น สำลี แอลกอฮอล์ ผ้าก๊อซ ถุงมือ ใช้ทุกวัน หากขาดจะกระทบการให้บริการทันที

3) อุปกรณ์ใช้ครั้งเดียว (Disposable)

เช่น เข็มฉีดยา กระบอกฉีด หลอดดูดสาร ต้องควบคุมสต็อกให้เพียงพอและถูกสุขอนามัย

4) เวชภัณฑ์เฉพาะทางมูลค่าสูง

เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ สารบำรุง หรืออุปกรณ์ทรีตเมนต์ ควรติดตามล็อต วันหมดอายุ และการใช้งานแบบเรียลไทม์เพื่อลดการสูญเสีย


  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

บทความนี้จะช่วยให้เจ้าของคลินิกเข้าใจหลักการ เลือกตัวแทนจำหน่ายยาและร้านขายยาขนาดใหญ่อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ แหล่งที่มาของยา การบริหารสต็อกให้มีคุณภาพ ไปจนถึงการลดความเสี่ยงด้านของขาด–ของเกิน ช่วยยกระดับคลังยาให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และรองรับการให้บริการในระยะยาว

คลิกอ่านต่อ : 
เลือกตัวแทนจำหน่ายยา ร้านขายยาขนาดใหญ่ ยกระดับคุณภาพคลังยา



ไม่มีระบบบริหารสต็อกคลินิกจะเป็นอย่างไร 

เมื่อไม่มีระบบควบคุมสต็อกที่ชัดเจน เวชภัณฑ์จะกลายเป็นต้นทุนที่ “มองไม่เห็นแต่รั่วไหลตลอดเวลา” ส่งผลทั้งต่อคุณภาพบริการ รายได้ และความน่าเชื่อถือของคลินิก ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

ของหมดโดยไม่รู้ตัว

รู้ว่าของหมดก็ต่อเมื่อจะใช้งานจริง ทำให้ต้องเลื่อนเคสหรือเสียโอกาสให้บริการ

ของหมดอายุจากการสั่งเกิน

ไม่มีข้อมูลการใช้จริง ทำให้สต็อกค้างจนต้องทิ้ง สูญเสียต้นทุนโดยตรง

ของหาย ตรวจสอบไม่ได้

ไม่รู้ว่าใช้ไปกับเคสไหน หรือใครเป็นผู้เบิก ทำให้ควบคุมการสูญเสียไม่ได้

สั่งซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น

ไม่เห็นจำนวนคงเหลือจริง ทำให้ซื้อซ้ำทั้งที่ของยังมีในคลัง

จัดเก็บไม่เป็นระบบ

หาอุปกรณ์ยาก เสียเวลาเช็กสต็อก และเพิ่มความผิดพลาดในการหยิบใช้


เคล็ดลับบริหารสต็อกเวชภัณฑ์ฉบับคลินิกยุคใหม่

การบริหารสต็อกที่ดีไม่ใช่แค่การนับของ แต่คือการควบคุมต้นทุน ความพร้อมให้บริการ และความปลอดภัยของคนไข้ไปพร้อมกัน คลินิกยุคใหม่จึงต้องมีระบบที่ช่วยติดตามและวางแผนได้อย่างแม่นยำ โดยแนวทางสำคัญ ได้แก่

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

กำหนดรายการเวชภัณฑ์มาตรฐานของคลินิก

จัดหมวดหมู่ยา วัสดุสิ้นเปลือง และอุปกรณ์เฉพาะทางให้ชัด เพื่อควบคุมการใช้และการสั่งซื้อ

วางระบบบันทึกของเข้า - ออกอย่างเป็นทางการ

ใช้ระบบดิจิทัลหรือแอปที่เชื่อถือได้ เพื่อลดการลืมบันทึกและตรวจสอบย้อนหลังได้

ตั้งจุดสั่งซื้ออัตโนมัติ (Reorder Point)

กำหนดระดับขั้นต่ำของสต็อก เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนก่อนของหมดจริง

สร้างมาตรฐานการจัดเก็บร่วมกันทั้งทีม

อบรมพนักงานให้บันทึกและจัดเก็บตามขั้นตอนเดียวกัน ลดความผิดพลาดจากมนุษย์

ใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารแบบเรียลไทม์

เลือกโปรแกรมคลินิกที่ติดตามล็อต วันหมดอายุ และจำนวนคงเหลือได้ทันที เช่น ระบบบริหารสต็อกใน ProClinic หรือ EMR


บริหารสต็อกเวชภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ กุญแจสู่ความสำเร็จ

การควบคุมสต็อกอย่างมีระบบช่วยให้คลินิกลดต้นทุน ป้องกันของหมดหรือของค้าง และทำให้การให้บริการต่อเนื่องไม่สะดุด แนวทางสำคัญที่คลินิกยุคใหม่ควรนำไปใช้ ได้แก่

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

วางแผนการสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

  • วิเคราะห์ประวัติการใช้งานย้อนหลัง
  • วางแผนการสั่งซื้อแบบรายเดือนหรือรายไตรมาส
  • ปรับการสั่งซื้อให้เหมาะสมกับช่วง high/low season

เทคโนโลยี ตัวช่วยสำคัญในการจัดการสต็อก

  • โปรแกรมคลินิก เช่น ProClinic สามารถแสดงจำนวนเวชภัณฑ์คงเหลือแบบเรียลไทม์
  • ใช้บาร์โค้ดในการเช็กสินค้าเข้า-ออก

  PROCLINIC แนะนำบทความน่าอ่าน !!

คลินิกยังทำงานหลายระบบ ข้อมูลกระจัดกระจาย หรือบริการช้าเพราะงานหลังบ้านไม่เชื่อมกันหรือไม่? บทความนี้จะพาคุณเห็นภาพว่า “คลินิกยุคดิจิทัล” ใช้เทคโนโลยีจัดการทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้านอย่างไร ให้บริการเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และแข่งขันได้จริง

คลิกอ่านต่อ : คลินิกยุคดิจิทัล ช่วยยกระดับการบริการที่เหนือกว่าได้อย่างไร


ตรวจสอบ จัดเก็บ ฝึกอบรม เพื่อการจัดการที่เหมาะสม

  • ตรวจสอบเวชภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ทั้งรายวันและรายสัปดาห์
  • แยกพื้นที่จัดเก็บอย่างชัดเจน ตามประเภทและวันหมดอายุ
  • อบรมเจ้าหน้าที่ให้รู้หลักการบริหารเวชภัณฑ์ คือ การจัดการที่ต้องมีระบบและวินัย

บริหารสต็อกด้วยข้อมูล แม่นยำ คาดการณ์ได้ ลดต้นทุน

  • วิเคราะห์แนวโน้มการใช้เวชภัณฑ์จากข้อมูลย้อนหลัง
  • ปรับปรุงการสั่งซื้อให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานจริง

ระบบ EMR ตัวช่วยจัดการข้อมูลผู้ป่วย สู่การบริหารสต็อกที่แม่นยำ

  • บันทึกข้อมูลการใช้เวชภัณฑ์ต่อเคสในระบบ
  • ลดการใช้เกินจำเป็น พร้อมตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย

การบริหารสต็อกเวชภัณฑ์ที่ดีช่วยให้

  • ลดต้นทุนคงคลัง
  • เพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ
  • สร้างภาพลักษณ์มืออาชีพให้กับคลินิก


เริ่มต้นการจัดการสต็อกเวชภัณฑ์อย่างไร ?

การเริ่มต้นบริหารสต็อกอย่างเป็นระบบไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่การตั้งฐานข้อมูล ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยติดตาม เพื่อให้คลินิกควบคุมต้นทุนและลดความผิดพลาดได้จริง

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง

1) จัดทำบัญชีคลังเวชภัณฑ์ตั้งต้น

รวบรวมรายการยา วัสดุ และอุปกรณ์ทั้งหมด พร้อมจำนวนคงเหลือ อาจใช้แบบฟอร์มสต็อก หรือระบบคลินิกเพื่อให้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางเดียว

2) เลือกระบบช่วยบริหารสต็อก

ใช้โปรแกรม เช่น ProClinic ที่สามารถเช็กยอดคงเหลือ แจ้งเตือนวันหมดอายุ และช่วยวางแผนการสั่งซื้อได้แม่นยำ

3) สร้าง SOP การตรวจนับและสั่งซื้อ

กำหนดรอบตรวจสต็อกประจำเดือน ขั้นตอนการเบิก-จ่าย และผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ทีมทำงานตามมาตรฐานเดียวกัน

4) ใช้เทคโนโลยีติดตามแบบเรียลไทม์

ระบบบริหารคลังช่วยบันทึกการเข้า-ออกสินค้า ดูยอดคงเหลือทันที พร้อมประวัติย้อนหลัง ลดการสูญหายและความสับสน

5) ตั้งค่าการแจ้งเตือนอัตโนมัติ

กำหนดจุดสั่งซื้อ (Reorder Point) ให้ระบบแจ้งเมื่อของใกล้หมด ป้องกันของขาดหรือการสั่งเกินจำเป็น

6) ควบคุมล็อตและวันหมดอายุ

ระบุเลขล็อต วันหมดอายุ และสถานะสินค้า เพื่อหมุนเวียนการใช้ได้ถูกต้อง ลดการทิ้งของจากการหมดอายุ

7) เชื่อมโยงกับข้อมูลการรักษา

ผูกเวชภัณฑ์กับแต่ละเคสผ่านระบบ EMR ช่วยตรวจสอบการใช้งานจริง ลดการใช้เกิน และวิเคราะห์ต้นทุนได้แม่นยำ

8) ใช้ Barcode หรือ QR Code

สแกนเพื่อเบิก-จ่ายสินค้าได้รวดเร็ว ลดการบันทึกผิด และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจนับ

9) ติดตามภาพรวมผ่านรายงานอัตโนมัติ

ดู Dashboard สต็อก มูลค่าสินค้า และแนวโน้มการใช้งาน เพื่อช่วยวางแผนธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ


ประโยชน์ของการจัดการสต็อกเวชภัณฑ์ที่ดี

การบริหารสต็อกอย่างเป็นระบบไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของจำนวนสินค้า แต่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน คุณภาพบริการ และการเติบโตของคลินิกในระยะยาว

ลดปัญหาของหายหรือหมดอายุ

ติดตามการใช้งานและวันหมดอายุได้ชัดเจน ลดการสูญเสียจากของตกค้างหรือการใช้ผิดล็อต

ประหยัดต้นทุนอย่างเห็นผล

สั่งซื้อได้พอดีกับการใช้งานจริง ลดการสต็อกเกินและเงินจมในคลังสินค้า

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม

ค้นหาและเบิกใช้งานได้รวดเร็ว ลดเวลางานหลังบ้าน ทำให้ทีมโฟกัสกับการให้บริการได้มากขึ้น

ต่อยอดข้อมูลเพื่อวางแผนธุรกิจและการตลาด

ข้อมูลการใช้เวชภัณฑ์ช่วยวิเคราะห์บริการยอดนิยม วางแผนโปรโมชัน และคาดการณ์ความต้องการลูกค้าได้แม่นยำ

บริหารสต็อกเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ ลดของหาย คุมต้นทุนได้ทุกกล่อง


บริหารสต็อกเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบ คือรากฐานของคลินิกที่ยั่งยืน

การจัดการสต็อกเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบช่วยให้คลินิกให้บริการได้ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงของของหมด ของหาย หรือของหมดอายุ พร้อมควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไร ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการในระยะยาว

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น ระบบคลินิกที่ออกฉลากยาและบริหารเวชภัณฑ์ได้ครบในที่เดียวอย่าง ProClinic จะทำให้การตรวจนับ ติดตาม และวางแผนสต็อกเป็นเรื่องง่าย แม่นยำ และตรวจสอบได้ ช่วยยกระดับการบริหารคลินิกให้เป็นมืออาชีพและพร้อมเติบโตอย่างมั่นคง


  พร้อมคุมสต็อกเวชภัณฑ์ให้แม่นยำ ลดสูญเสีย และเพิ่มกำไรให้คลินิกแล้วหรือยัง?

ให้ ProClinic
ช่วยวางระบบบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การติดตามล็อต วันหมดอายุ ไปจนถึงรายงานต้นทุน เพื่อให้คลินิกของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน



คำถามที่พบบ่อย


เวชภัณฑ์กับยา ควรแยกสต็อกหรือรวมกัน ?

ควรแยกสต็อก เนื่องจากลักษณะการเก็บรักษาต่างกัน, การควบคุมและตรวจสอบแตกต่าง และการบริหารจัดการคลังมีเป้าหมายต่างกัน เพราะบางครั้ง การจัดการสต็อกยามักเน้นที่การควบคุมล็อตและวันหมดอายุ และเวชภัณฑ์เน้นความเพียงพอและหมุนเวียนเร็ว


สามารถใช้ระบบบริหารสต็อกร่วมกับคลินิกหลายสาขาได้หรือไม่ ?

ได้ โดยเฉพาะหากใช้ระบบที่รองรับการทำงานแบบออนไลน์หรือ cloud-based เช่น ProClinic ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้ เชื่อมข้อมูลหลายสาขาไว้ในระบบเดียว จัดการสิทธิ์การเข้าถึงแยกตามสาขา และรายงานภาพรวมคลังเวชภัณฑ์ทั้งเครือ


ระบบมีแจ้งเตือนสต็อกใกล้หมดไหม ?

ของ ProClinic มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อเวชภัณฑ์หรือยามีจำนวนใกล้ถึงจุด Reorder Point และสามารถตั้งค่าจำนวนขั้นต่ำได้ตามต้องการ เพื่อให้แจ้งเตือนตรงกับลักษณะการใช้งานของแต่ละคลินิก รวมถึงแจ้งเตือนผ่านระบบหลังบ้านทันที ช่วยป้องกันของหมดโดยไม่รู้ตัว


ต้องสแกนบาร์โค้ดหรือไม่ถึงจะใช้งานระบบได้ ?

ระบบ ProClinic และหลายระบบอื่น รองรับการกรอกข้อมูลด้วยมือ เช่น การค้นหาชื่อยา/เวชภัณฑ์ เพื่อเพิ่ม-ลดสต็อก โดยที่ไม่บังคับให้ใช้บาร์โค้ด ซึ่งเหมาะสำหรับคลินิกที่ยังไม่มีระบบบาร์โค้ดเต็มรูปแบบ แต่หากใช้สแกนบาร์โค้ดร่วมด้วย จะช่วยหลายอย่าง ดังนี้

  • ลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล
  • ทำงานเร็วขึ้น
  • ตรวจสอบเวชภัณฑ์เฉพาะเจอได้ง่าย
  • เหมาะกับคลินิกที่มีเวชภัณฑ์จำนวนมาก

Copyright © 2025 Proclinic Group Co., Ltd. All rights reserved.  

Published on : May 10, 2025

ProClinic โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด

ทีมงานมีประสบการณ์ดูแลคลินิกมากกว่า 200 สาขา ทำให้เราเข้าใจธุรกิจและความต้องการของเจ้าของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างโปรแกรมคลินิกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

ป้องกันการทุจริตในคลินิก ตรวจสอบได้เป๊ะ และลดความเสียหาย

21 ธันวาคม 2568 328เข้าชม

เรียนรู้วิธีป้องกันการทุจริตในคลินิก บริหารความเสี่ยงคลินิก ลดความเสียหาย ด้วยกลยุทธ์ควบคุมภายใน การใช้เทคโนโลยี และการจัดการบุคลากร ตรวจสอบง่ายทุกขั้นตอน

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

Clinic Branding สูตรสำเร็จ วิธีสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร

21 ธันวาคม 2568 273เข้าชม

Clinic Branding หัวใจการสร้างตัวตนให้คลินิกน่าเชื่อถือ สูตรสำเร็จในการสร้างแบรนด์คลินิกแบบมือโปร ทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการวางกลยุทธ์แบรนด์คลินิกให้โดดเด่น

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

LINE MINI App คืออะไร ตัวช่วยสื่อสารฉับไวที่หลายคลินิกต้องมี

21 ธันวาคม 2568 487เข้าชม

รู้จัก LINE MINI App คืออะไร ต่างจากแอพ ไลน์ยังไง เครื่องมือช่วยให้คลินิกสื่อสารกับผู้ป่วยได้ไวขึ้น พร้อมจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยตาม PDPA พร้อมเจาะลึกวิธีใช้งาน

ติดต่อเรา

โปรแกรมคลินิก…ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด